My-Life

รู้จักชาเขียวมั้ยฮ่ะ ใช่แล้วมันคือเครื่องดื่มชนิดหนึ่ง ที่เคยบูมบึ้มมากๆ ในเวลาที่ผ่านมาเมื่อไม่นานนี้และมันก็เข้าไปอยู่ในเครื่องสำอาง ขนม เยลลี่ จนกระทั่งผ้าอนามัยของคุณผู้หญิงทั้งหลาย

คุณสมบัติของมันมีดีอย่างไร ข้าพเจ้าเองก็ไม่ค่อยรู้ฮ่ะ....รู้แต่ว่า มันไม่อร่อย -*-

วันนี้จะเขียนเกี่ยวกับเรื่องชาเขียว - - - ไม่ใช่เครื่องดื่มฮ่ะ แต่มันคือวงดนตรี วงดนตรีเด็กมัธยม นมประถมของข้าพเจ้านี่เอง...

-----การเริ่มต้น------

วันหนึ่ง ในขณะที่กำลังเรียนวิชาศิลปะอยู่นั้น ก็ได้มีการเอ่ยขึ้นมากลางวงสนทนา ขณะที่กำลังมองอาจารย์ เล่นคีย์บอร์ด อย่างเมามันอย่างไม่สนใจเด็กตาดำๆหัวเป็นมันที่นั่งหน้าสลอนกันอยู่ซักกะนิดเลย ว่า กรูอยากเล่นคีย์บอร์ดได้อย่างอาจารย์มั่งว่ะ เออ กรูก็อยากตีกลองมั่งจังฮิ .....อยากเล่นเบสด้วย ..เออ ทำไมโรงเรียนเราไม่มีวงหญิงมั่งว่ะ?

มองตากันอยู่สักพัก เลยใจกล้า ผลักดันน้องอ้อม ให้เข้าไปก่อน

อ้อม: อาจารย์ค่ะ อยากเล่นดนตรีอ่ะค่ะ แบบเป็นวงหญิงล้วน

พวกที่อยู่ข้างนอก : ว้ากกกก..กรูบอกว่ากรูอยากเรียนดนตรี ไม่ใช่ตั้งวงเว้ยย...อ๊ากซ์....

อาจารย์ : ได้ซิ อยากเล่นก็มาลองซ้อมดู

(ที่จริงรายละเอียดการพูดมันมากกว่านี้แต่ข้าพเจ้าจำไม่ได้...แหม ก็มันตั้งสองปีมาแล้วนิ่)

แต่ที่จริงแล้ว วงนี้ ในตอนนั้น ไม่ได้มีชื่อวง และก็กำเนิดโดย คนสี่คน คือ ข้าพเจ้า ,ไอซ์(หัวหน้าวง) ,อ้อม,และก็บี ซึ่งในขณะนั้นข้าพเจ้าเพิ่งจะเริ่มเรียนอยู่มอสี่กันเท่านั้นเอง และโดยพื้นฐานมีเพียงไอซ์คนเดียวที่เล่นกีต้าร์เป็น ส่วนอีสามตัวที่เหลือ ไม่เป็นอะไรเลย

----------step2-------------

ตอนเที่ยง ตอนเย็นหลังเลิกเรียน หัดเล่นดนตรีกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อ้อมซ้อมกลอง ไอซ์ยังเป็นมือกีต้าร์ ข้าพเจ้าหัดจับคอร์ดคีย์บอร์ด บีเริ่มหัดเบส ทุกอย่างเริ่มจากศูนย์ เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่สนุกจริงๆ ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำแถมมันยังเท่ห์อีกต่างหาก โถๆๆ.....อะไรจะเริ่ดปานนั้น

และตอนนี้ วง ก็ได้กลายเป็นโฟล์คซอง คือ กีต้าร์1 เบส 1 เครื่องเคาะ 1 นักร้องนำ 1

ข้าพเจ้าอยู่ฝ่ายเครื่องเคาะ.....เครื่องเคาะคือออะไรหรอ?....ปั้ดโธ่ ลูกแซกงัยฮ่ะ ลูกแซกกับแทมมารีน แหม ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองไม่เทห์เลยฮ่ะ ให้ตายดิ่

-----------step3--------------

วันดนตรีได้จัดและแสดงครั้งแรกที่ห้องโสต หุหุ

ชื่อวงไม่มีฮ่ะ....แน่นอน เพราะไม่ได้ตั้งกันเลย ตื่นเต้นที่สุด แถมอาจารย์ยังบังคับให้ตั้งชื่อวงซะด้วยดิ่ฮ่ะ ซวยมาก เอางัยดี เอางัยดี เอางัยดี

เราเลยตกลงกันว่า ช่วยๆกันหาและเสนอแล้วกัน

ข้าพเจ้าเลยกลับบ้านมา ใช้วิธีเหมือนวงดังๆเค้าเคยทำกัน นั่นคือ จิ้ม ดิกชั่นนารี่ -*-

และชื่อที่ได้มาคือ Fortisimo แปลว่า อะไรซักอย่าง จำไม่ได้ฮ่ะ แต่รู้ว่าเป็นศัพท์ทางดนตรีพอดี๊ พอดี รู้สึกมันจะแปลว่า เสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆน่ะ ไม่แน่ใจฮ่ะ

ชื่อ ที่สอง พูดกัน ขำๆในวง INNOARR อินโนอ้า เนื่องจากโรงเรียนของข้าพเจ้าอยู่ในหุบเขา ฮ่ะ คือว่ามันอยู่ในซอกเขา ที่มีชื่อว่าเขาฆ้องชัย (บอแล้วงัยฮ่ะ...โรงเรียนเราอาจจะเล็ก แต่ภูเขาหลังโรงเรียนเราใหญ่มาก) ความหมายของชื่อนี้คือ

อิน (in) แปลว่า ใน

โนอ้า (No-ARR) แปลว่า ไม่อ้า ฮ่ะตรงตัว โน-อ้า =ไม่อ้า =หุบ งัยฮ่ะ

งงมั้ยฮ่ะ? ฉะนั้น อินโนอ้า มีความหมายว่า อยู่ในหุบ ฮ่ะ -*-

แต่ชื่อนี้ก็ยังไม่ผ่านอยู่ดี คุณนายบีและคุณนายไอซ์ จึงได้นำ ชื่อนำหน้าของแต่ละคนมาเรียงกัน ได้ดังนี้ฮ่ะ JIAB = Ji , Ice, Aom, Bee อ่านว่า เจี๊ยบ ฮ่ะ และแน่นอนว่ามันก็ไม่ผ่านเซนเซอร์อยู่ดี เพราะ ชื่อมัน แปร่งๆ พิกล ยังไงไม่รู้ จะให้ชื่อ วง เจี๊ยบ หรอ? ไม่เอาอ่ะฮ่ะ บายดีกว่า นึกแล้วจี้

-----------Step4---------

วันแสดงวันแรก มาถึง...ชื่อวงไม่มี ...เอางัยดี เอางัยดี

ถกเถียงกันอย่างหน้าดำ หน้าแดง (มันดำอยู่แล้วไม่ใช่หรอ)

สายตาที่ละเหี่ยว....ก็ได้ไปจับจ้องที่กล่องชาเขียว ยี่ห้อหนึ่งซึ่งมันได้ถูกใครก็ไม่รู้แด้กทิ้งไว้ ตั้งอยู่ที่โต๊ะกระจกหน้าโซฟา

"ชื่อ ชาเขียวดีมั้ย อินเทรนด์ดีน่ะ ตอนนี้อะไรๆก็ชาเขียว"

"จะดีเร้อออ....มันคิกขุ หน่อมแหน่มยังไงก็ไม่รู้ว่ะ"

"รึจะเอากรีนที ดี?"

"ไม่เอาอ่ะ"

อาจารย์ : ตกลงชื่อวงเธอคือวงอะไร ?

อีสี่ตัว: เอ่อ .... ชาเขียวก็ได้ค่ะ..

และนั่นก็คือประวัติวง ณ ตอนเริ่มต้น ซึ่งยังละอ่อนนัก...

---------------------------------------------------------------

โปรดติดตามกันต่อไป ขณะนี้ คนเขียนเหนื่อยแล้วขี้เกียจมากฮ่ะ...ขอบคุณที่ เข้ามากลั้นใจอ่านอะไรที่ร้สาระ และ จ้าดง่าวแบบนี้น่ะฮ่ะ...AsuJi


 

ครั้งที่แล้วเราถึงไหนกันน่ะฮ่ะ

เอ่อ เรื่องชื่อ ผ่านไปแล้วใช่มั้ยฮ่ะ

งั้นเรามาดูกันต่อไป

---------STEP5---------

หลังจากเป็นโฟล์คซอง มาได้ประมาณ สามสี่เดือนเราก็ตกลงปลงใจว่าจะเป็นคอมโบ้ เต็มวงดูซักที เลยซ้อมกันหนักขึ้น บอกตรงๆน่ะฮ่ะ ว่าข้าพเจ้าเองเนี่ย เล่นคีย์บอร์ดได้แค่จับคอร์ดน่ะฮ่ะ เรียกว่ารู้แค่อะมีบาจริงๆ และฝีมือในอดีตเป็นเช่นไร ปัจจุบันก็ไม่เคยพัฒนาขึ้นเลย ไม่รู้ว่าทำไม.....แต่ชินแล้วฮ่ะ เพราะข้าพเจ้าเองก็เป้นผู้อ่อนแอในด้านกีฬาและดนตรี มาแต่ไหนแต่ไรแล้วฮ่ะ ถนัดเรื่องเรียนมากกว่า..เพราะมันง่ายกว่ากันเยอะเลยฮ่ะ

พอขึ้นวงใหญ่ ก็ให้ไอ้แบ็งค์มาตีกลองให้เป็นครั้งคราว บางเพลงก็ไม่มีกลอง เออ ตอนนั้นก็ไปกันได้อย่างไรไม่รู้ เพราะเดี๋ยววานคนนู้นมาตีให้ คนนนี้มาตีให้ บางครั้งคุณนายอ้อมก็ทะเล่อไปตีเอง ฮ่ะ ตอนนั้นตีแบบยังไม่มีส่งฮ่ะ แบบ ให้จังหวะกันก่อนล่ะว่ะ อะไรประมาณนั้น กีต้าร์ ไม่มีลีด โซโล่อะไรทั้งสิ้น ตีคอร์ดเป็นเพลงก็พอ คีย์บอร์ด ใช้เสียงสตริงมั่ง ออร์แกนมั้งคุมโทนไปก่อน 555 คิดถึงตอนนั้นแล้วจี้ชะมัดเลยฮ่ะ

----------STEP6-------------

พอไปได้ซักพักเมื่อขึ้น มอห้า เราก็ได้มีพรหมลิขิตพัดพาให้ คุณนายบีได้มาพบเจอ กับไอ้ตั้มเฉื่อย (ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่ข้าพเจ้าไม่เคยให้ความเคารพรักมันเลยซักกะนิด) พี่ตั้มแกสามารถเล่นกีต้าร์ได้พอดี โซโล่ โอเค - - - เลยจับไอ้พี่ตั้ม กับไอ้คุณ สับสคริป อ๊อฟ ซึ่งอยู่ มอหกห้องเดียวกันมาทำพันธุ์ อ่ะ ไม่ใช่ฮ่ะ มาร่วมวง เลยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของวงชาเขียว เพราะ กามเทพตัวนั้นนั่นเอง ...หุหุหุ

-------------STEP7----------

เมื่อได้มือกีต้าร์ มาใหม่ สองหน่อด้วยกัน ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ไอ้สองหน่อนี้ มันจะเอาไปทำพันธุ์ ได้สักกี่น้ำ แต่ก็เอาล่ะว่ะ ให้วงมันโต เก๋า เก๋า ขึ้นมาอีกหน่อย อะไรๆจะได้แน่นขึ้น ตำแหน่งในวง เลยมีการปรับเปลี่ยน แม้จะขัดกับอุดมกาณ์เดิมที่ต้องการหญิงล้วน

ไอซ์ > อดีต กีต้าร์ > ปัจจุบัน กลอง

ข้าพเจ้า >คีย์บอร์ดเหมือนเดิม

บี> เบส เหมือนเดิม

อ้อม> ร้องนำ เหมือนเดิม

ตั้ม > กีต้าร์ โซโล่

อ๊อฟ > กีต้าร์ คอร์ด

และ แล้ว ชาเขียวจึงเกิดการปริ ยอด ออก ก้าน กลายมาชาเขียวครบเซตเป็นถึงทุกวันนี้

--------STEP8--------

แม้ว่าจะครบเซต แต่ใช่ว่ามันจะดีขึ้น เพราะปรากฏว่า มันเล่นไปคนละทิศ ละทางเลยฮ่ะ กว่าจะปรับ จะจูน เข้าด้วยกันได้ โอ๊ยยย.....อกอีแป้นจะแตก (สงสัยทำไมต้องอีแป้น) แต่มันก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าไอ้คุณตั้มมันจะโซโล่ผิดบ้าง กลองตีคร่อมบ้าง คีย์บอร์ดมั่วบ้าง เบสเล่นเบาไปบ้าง นักร้องร้องห่วยไปบ้าง แต่มันก็ไปกันได้ด้วยดี สงสัยเจ้าที่เค้ารำคาญ จึงโดนบันดาลให้ประสบชัยกระมังฮ่ะ

-------Step 9 -----------

เราตระเวน ไปโชว์ ตามงานต่างๆก็หลายแห่งอยู่ แข่งก็มีฮ่ะ แต่ด้วยฝีมือเพียงเท่านี้ เราก็ไม่สามารถคว้ารางวัลอะไรมาได้เลย เพราะแม้ว่าเราจะไม่ได้เอาจริงจังทางด้านนี้ แต่เราก็เต็มที่กับมัน และรู้สึกดีที่ได้สร้างกระแสความกล้าใหม่ๆให้กับน้องๆที่โรงเรียน เพราะเหมือนมันจะเริ่มตั้งวงกันมากขึ้น คงเห็นจากกว่า อีสี่ตัวนี่มันไม่เป็นห่าอะไรเลย แต่เสือกขึ้นมาได้ถึงขนาดนี้มั้งฮ่ะ คริ คริ....

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ปีนี้ไอ้คุณตั้มกับสับสคริปอ๊อฟต้องเดินออกจากโรงเรียนแห่งนี้ไปแล้ว เราเลยมีมติว่า ปีหน้า (มอหก) ชาเขียวจะถูกหยุบหายกลายเป็นเพียงความทรงจำของชีวิตเท่านั้น เพราะเรารู้ดีว่า พ่อ แม่ ป๊ากะม๊า ส่งเรามาเรียนไม่ใช่เล่นดนตรี ขณะนี้เราเลยเก็บประสบการณ์ให้มากที่สุด และไม่เคยเสียใจเลยที่ได้เป็นเช่นนี้

---------STEP10-----------

รูปฮ่ะ นี่คือพวกเรา ข้าพเจ้าเป็นคนถ่ายเลยไม่ได้แสลนมาอยูในภาพ

จากภาพ มันสลับตำแหน่งกันฮ่ะ กีต้าร์ที่หันข้างคือ คุณไอซ์ ฮ่ะ

คนตีกลอง คือ ไอ้พี่อ๊อฟ(ตีมั่วฮ่ะ...มันตีไม่เป็นหรอก) ส่วนที่เยื้องๆไอซ์ไปเห็นหัวโผล่มาน่อย น้อย คือ มือเบส คุณหญิงบี ที่แหกปากร้องคือ ไอ้ตั้มเฉื่อยฮ่ะ ส่วนผู้หญิงที่นั่งเล่นกีต้าร์ คือ หญิงอ้อม ฮ่ะ

อาจจะเห็นหญิงอ้อมไม่ชัดเลยจัดให้อีกรูปนึงน่ะฮ่ะ คริ คริ...ที่โผล่มาซีกนึงคือไอซ์ ฮ่ะ

-----------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณที่ติดตามอ่านน่ะฮ่ะ แม้ว่าหลายๆท่านจะถูกบังคับให้มาถ่างตาอ่านก็ตามที....AsuJi


edit @ 2007/02/11 18:52:09
edit @ 2007/02/11 18:57:05

ชาเขียวทำพิษ

posted on 19 Feb 2007 17:46 by asuji7832  in My-Life
ยังจำวงชาเขียวกันได้ใช่มั้ยฮ่ะ ถ้าใครอยากรู้ว่ามันคืออะไรก็ไปอ่านได้ที่ หัวข้อนี้เลยฮ่ คลิกที่นี่
การที่จะเป็นนักดนตรีมือสมัครเล่นเนี่ยบอกไว้เลยฮ่ะ ว่าไม่ใช่จิ๊บๆ เนื่องจากการเป็นคนที่อยู่เกี่ยวกับดนตรีซึ่งเป็นความบันเทิงรื่นเริงแขนงหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเนี่ยมักจะเป็นพวกผู้ชายเซอร์ๆ กลุ่มแก๊งค์ยาเส้น อะไรแบบนี้ -*- มันเลยทำให้ผู้ปกครองที่เคารพเกิดอาการเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้ และจะเกิดอาการตะหงิดๆทุกครั้ง เมื่อบอกว่า ขอไปซ้อมดนตรีหน่อยน่ะ

การที่เข้ามาเล่นในจุดนี้อย่างแรกเลยที่คิดว่าจะทำได้ แต่ก็ทำไม่ได้คือการจัดสรรเวลาระหว่างเล่นกับเรียน เนื่องจากการเล่นดนตรีเนี่ยมันย่อม มันส์ สนุกและน่าสนใจกว่าการเรียนมากมายอยู่แล่วใช่มั้ยฮ่ะ เลยไม่ต้องสงสัยเลยว่า ชีวิตช่วงนั้นที่เกิดจากการกดดันของผู้คนรอบข้างมันเป็นเช่นไร
- เกิดการติด 0 ขึ้นมาอยู่สองคนในวง
- ทางบ้านจะมาพูดกับอาจารย์ว่ให้ลูกสาวฉันเลิกเสียที ทั้งๆที่การเล่นเนี่ย มันเกิดจากการรวมตัวของลูกๆนอกคอกของท่านเอง ไม่รู้จะไปพูดกับอาจารย์เค้าทำไม
- เกิดการหายตัวไปของมือกลอง แบบล่องหนในคืนก่อนแข่ง คาดว่าเกิดจากการตัดหน้าชิงตัวเพื่อตัดกำลัง
- ไปแข่งตอนกลางคืน พอวันต่อมาก็ขาดเรียน ข้าพเจ้าจึงโดนบิดาที่เคารพอาละวาด พร้อมกับยื่นคำขาด "มึงต้องเลิก"
- เมื่ออยู่ในที่ที่โก้หรู ย่อมมีบุคลลอื่นที่ไม่รู้ถึงตัวตนของเราจริงๆพากันหมั่นใส้และอิจฉา (อันนี้มันเป็นธรรมดาของสัตว์โลก)

แล้วยังปัญหาอีกสาระพัดสาระพัน เช่น รถยางแตก น้ำมันหมด อยู่เลี้ยงหลาน แม่ไปไร่มัน มาซ้อมเลท ทะเลาะกับแฟน ติดช่วยแม่ที่ร้าน ทางบ้านกีดกัน อาจารย์เขม่น วัยรุ่นเซ็ง ฯลฯ โอ๊ยยยย อีกหลายอย่างแต่นึกไม่ออก...

ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเราทำไป ตั้งแต่การตั้งวง จนถึงการเข้าแข่ง เราไม่ได้หวังว่าจะเป็นนักดนตรีมืออาชีพ แต่เราอยากเปิดโลกของเราให้กว้างออกไปอีกต่างหาก อยากลองใช้ชีวิตอีกแนวนึง ไม่อยากเป็นเด็กวิทย์-คณิตที่เพ่งแต่การเรียน

เพราะเรารู้สึกว่า ชีวิต มีไว้ใช้....ใช่มั้ยฮ่ะวัยรุ่น