"คุณมาพร้อมกับความซ่ิอนเร้นแห่งรัก และเมื่อคุณเปิดเผยถึงรัก ตัวคุณกลับหายซ่อนเร้น"
....
ฉันเก็บเสื้อผ้าที่แห้งแล้วเข้าบ้าน ลมพัดแรงเหมือนจะหอบเอาทุกสิ่งทุกอย่างให้พัดกระจายไป ฟ้ามืดครึ้มและส่งเสียงคำรามอย่างน่ากลัว เท้าของฉันหยุดเดินเมื่อสายตาสะดุดกับกระถางดอกไม้ที่แตกหักกระจายด้วยฝีมือของลมที่กระหน่ำมา ฉันมองขึ้นไปบนระเบียง ที่ที่มันตกลงมา ฉันก็เหลือบเห็นวัตถุอีกชิ้นหนึ่งหล่นลงมาเฉียดหน้าฉันไป
ดอกเดซี่สีนวลซีด...
ดอกเดซี่สีซีดที่หล่นลงมาทำให้ใจของฉันหล่นวูบไปด้วย
ดอกเดซี่สีซีด ถูกนำมาวางไว้ที่โต๊ะ กลีบของมันบอบช้ำจากการถูกกระแทกอย่างแรงกับพื้นดิน ตอนแรกฉันคิดว่าจะนำมาใส่ไว้ในกระถางไม้ แต่จากสภาพของก้านที่หักลุ่ยทำให้ฉันไม่สามารถจะฝืนสังขารของมันต่อไปได้ สายฝนยังเทลงมาอยู่ข้างนอก ฟ้ายังคงคำรามเหมือนเตือนว่าฉันไม่ควรออกไปไหน แต่ตอนนี้หัวใจของฉันมันกังวลจนไม่สามารถจะอยู่นิ่งๆได้อีก
ฉันคว้าร่มและเสื้อกันฝนเข้ามาสวม หยิบดอกเดซี่สีซีดที่คอพับคออ่อนแล้ววิ่งมุ่งหน้าไปป้ายรถประจำทาง
ถนนที่ฉ่ำไปด้วยน้ำฝนว่างเปล่าไม่มีวี่แววแม้แต่รถรา ฉันนั่งบนเก้าอี้ตัวกลางสายตาจ้องไปทางถนนด้วยใจจดใจจ่อ เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้แต่ฉันรู้สึกว่ามันนานมากเหลือเกิน การรอคอยเหมือนการกลั่นแกล้งกันอย่างหนึ่งของโชคชะตา เวลาใดที่เราคาดหวัง เวลานั้นมักจะเดินไปอย่างช้าๆ เหมือนการกรีดกรายของนางพญาที่แทบจะฆ่าฉันทั้งเป็น
เสียงรถประจำทางดังขึ้น เมื่อประตูเปิดออก ความกังวลของฉันก็หายไปปลิดทิ้ง สีหน้าของชายหนุ่มที่เดินออกมา ดูแปลกใจที่เห็นฉันนั่งเปียกซกเหมือนลิงตกน้ำแบบนี้
"ออกมาทำไมกัน ฝนตกหนักอย่างนี้น่ะ"
"เอ่อ...ฉันกลัวว่าเธอจะเปียก เลยมารอรับ"
"ไม่เข้าเรื่องน่า...ฉันเอาร่มมาเธอก็น่าจะรู้นี่ แบบนี้เป็นหวัดขึ้นมาเอาไงฮึ?" ฉันยื่นดอกเดซี่สีซีดให้เขา มันช้ำหนักยิ่งไปอีกเมื่อเจอแรงบีบที่ฉันกำมันไว้ "ฉันมารอเธอเพราะไอ้นี่...มันไม่ดีเลย...มันไม่ดีเลย...ฉันหวั่นใจเหลือเกิน" ฉันร้องไห้อย่างอดกลั้น เขาคงไม่รู้หรอกว่าฉันโล่งใจแค่ไหนที่เห็นเขากลับมาอย่างปลอดภัย
ชายหนุ่มสวมกอดเธอไว้ เขามองดอกเดซี่ด้วยสายตาที่ใครไม่อาจรู้ได้ เขาหย่อนดอกเดซี่นั้นไว้ในกระเป๋าเสื้อแล้วเดินกลับไปยังบ้านกับเธอ
"ทำไมเธอถึงกลัวอะไรเกินเหตุแบบนี้หล่ะ....ปกติเธอไม่ใช่แบบนี้นี่ แล้วทำไมกระถางมันถึงได้กระจัดกระจายแบบนี้"
"มันตกลงมาจากระเบียงข้างบน ก่อนฝนตก..."
"เฮ้อ....ก็แค่ลมพัดมันตกลงมาน่า ทีหลังอย่ากังวลอะไรแบบนี้น่ะ ขี้กลัวไปได้"เขาดุพลางหัวเราะเบาๆอย่างไม่จริงจัง ฉันสวมกอดเขาเอาไว้ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่ว ค่ำคืนที่ฝนตก อากาศที่หนาวเย็นมันเทียบไม่ได้เลยเมื่อเจอไออุ่นจากเขาคนนี้
"ดอกเดซี่นี้เธอเป็นคนให้ฉัน.." เรานอนบนระเบียงเพื่อมองดูฟ้าที่เพิ่งเหือดฝน ดาวไม่ค่อยแจ่มใสนัก แต่จันทร์แย้มกลีบเมฆอยู่ตรงปลางโค้งของขอบฟ้า
"และดอกเดซี่กระถางนั้น เธอก็เป็นคนปลูกให้ฉัน..."
"ก็ผมรู้ว่าคุณชอบมัน ผมก็เลยแอบเอามาให้คุณไง...ผู้หญิงส่วนใหญ่มักชอบดอกกุหลาบแต่คุณกลับชอบดอกเดซี่...คุณรู้มั้ยว่าความหมายของดอกเดซี่คืืออะไร?..."
"รักซ่อนเร้น" เราเอ่ยขึ้นๆมาพร้อมกัน
......
ฉันเปิดประตูเพื่อออกไปทิ้งขยะในตอนเช้า กระถางดอกเดซี่ถูกวางไว้ัที่หน้าประตู ฉันแปลกใจในที่มาของมัน แต่วี่แววของผู้นำมันมาก็ไม่มีแม้แต่เงา วันนั้นฉันรู้สึกถึงความรักที่มาเคาะถึงประตูหน้าบ้าน
มันทำให้ฉันวาบหวามปนระคนใจ ฉันได้แต่สงสัยว่าคนนั้นเป็นใคร และเขาเป็นคนที่ฉันรู้จักหรือเปล่้า
ดอกเดซี่ไม่ได้มาทุกวันแต่จะมาอาทิตย์ละครั้ง ฉันเดาว่าคนที่นำมาให้คงเป็นนักเรียนเหมือนฉัน เขาคงซื้อดอกไม้นี่มาจากร้านแถวนี้สักแห่ง และดอกไม้นี้คงมาจากเงินที่เขาเก็บไว้เป็นอาทิตย์
ฉันเดินถามไปตามร้านที่ฉันพอรู้จัก ในหลายวันมานี้ดอกเดซี่ไม่ได้มีแค่คนๆเดียวที่ซื้อ ฉันไม่อาจจะรู้ว่าเขาเป็นใคร
ในวันจบการศึกษา ดอกเดซี่ถูกนำมาวางไว้ที่บ้านอีกครั้ง แต่คราวนี้มันมาพร้อมกับเจ้าของ เขายืนมองฉันด้วยความเงียบ คนที่ฉันรู้จักดีที่สุด คือคนที่นำดอกไม้มาวางไว้ให้ฉันทุกอาทิตย์
วันรุ่งขึ้นเมื่อฉันไปหาเขาที่บ้าน ฉันพบว่าดอกเดซี่เหล่านั้นไม่ได้มาจากร้านดอกไม้ใดๆ แต่มันมาจากสวนดอกไม้เล็กๆที่อยู่หลังบ้านของเขานี่เอง และนับตั้งแต่วันที่ความรักเคาะประตูเชิญชวนฉันให้ออกมาจากบ้าน ฉันก็พบว่าหัวใจของฉันมันมาอยู่ที่นี่นี่เอง
....
ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับความว่างเปล่า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ โดยปกติเขาไม่เคยตื่นเช้ากว่าฉัน แต่ทำไมวันนี้เขาถึงได้ตื่นเร็วเช่นนี้ เมื่อมองออกไปที่ระเบียง กระถางของเดซี่ถูกเปลี่ยน มันยื่นดอกออกไปรับแสงของวันใหม่ ฉันเดินหาเขาแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ เสียงเคาะประตูดังขึ้น เมื่อฉันเดินออกไปเปิด ก็พบว่าเพื่อนสาวของฉันนำข่าวตลกมาเล่าให้ฉันฟังแต่เช้า ฉันหัวเราะแล้วส่ายหน้าด้วยความไม่เชื่อ แต่เมื่อเพื่อนของฉันย้ำข่าวนั้นมากขึ้นฉันก็เริ่มเอะใจและรีบวิ่งไปที่ห้องนอน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ฉันตะโกนเรียกเขาทั่วบ้าน เพื่อนของฉันวิ่งตามฉันและพยายามรั้งตัวของฉัน
"แกต้องไปดู ในเมื่อแกไม่เชื่อแกยิ่งต้องไปดู"
ฉันนั่งรถไปด้วยใจที่อธิษฐานว่าขอให้เพื่อนฉันโกหก แต่สิ่งที่ฉันเห็นตรงหน้ามันไม่ใช่เรื่องโกหก ฉันหันไปมองปฏิทินและัหยิกแก้มตัวเองว่าฉันไม่ได้ฝันไป คุณนอนนิ่งอยู่ตรงนั้นมือของคุณซีดขาวไม่เหมือนมือที่กอดฉันเมื่อคืนนี้ สายตาของคุณหลับลงอย่างเหนื่อยอ่อน ฉันอยากจะเชื่อว่าคุณแค่หลับไปด้วยความเพลียเท่านั้น แต่ลมหายใจทีว่างเปล่าของคุณมันทำให้ฉันได้รู้ว่า...คุณจากไปแล้ว
จากไปตั้งแต่เมื่อวานเย็น
แล้วเมื่อคืนล่ะมันคืออะไรกัน ใครกันที่โอบกอดฉันที่ป้ายรถประจำทาง ใครกันที่นอนดูฟ้ากับฉันเมื่อคืนนี้ และใครกันที่เปลี่ยนกระถางเดซี่ให้ฉันใหม่
"คุณครับนี่คือสิ่งที่ติดตัวผู้ตายครับ.."
กระเป๋าเอกสาร กระเป๋าสตางค์ เสื้อผ้าที่เขาสวมเมื่อวานเย็น และ...ดอกเดซี่สีซีดดอกนั้น...
เหมือนโลกแห่งความจริงซ้อนทับกับโลกแห่งความฝัน
คุณจากไปในโลกที่ซ่อนเร้น ทิ้งฉันให้สับสนกับสิ่งที่พบ
คุณผู้เป็นที่รัก เมื่อรักคุณเปิดเผย คุณกลับซ่อนเร้นหายไป
แม้ว่าในทุกเช้าที่ฉันตืน ดอกเดซี่จะบานทักทายกับฉันเหมือนได้เจอคุณทุกเช้า
แต่เมื่อฉันสวมกอดดอกไม้ของเรา มันไม่อบอุ่นเหมือนกอดของคุณ

มันไม่อบอุ่นเหมือนกอดของคุณ..
...
เรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า .. รักแล้วห้ามซ่อน ..
รักแล้วต้องรีบบอก ก่อนจะสายไป ..
#1 By If I can stop one Heart from breaking! on 2007-11-24 22:43