~ around ~
posted on 28 Oct 2007 21:49 by asuji7832 in I-think
จังหวะของความเคลื่อนไหว มองได้ด้วยเท้าที่ย่ำสวน
แปลกแสนแปลกที่เราต่างก้มหน้า แต่สามารถหลบและหลีกให้กันและกันอย่างทันท่วง
เหมือนเราและเราต่างนับจังหวะของการเคลื่อนที่ พร้อมกับเอื้อพื้นที่ๆแคบไปในตัว
เราต่างเดินสวนกันโดยไม่มองหน้า...แต่รับรู้ถึงสายลมที่พัดผ่านเป็นกลิ่นกายของคนที่สวนไปเมื่อก่อนหน้า
เมื่อเราหยุดและรอคอยในจุดรวมของการสัญจร...เพื่อผ่าน
เรามักจ้องมองสิ่งหนึ่งด้วยใจที่ไม่มีใครรู้ได้
บ้างสบตากับพื้นที่ปลายเท้า และพูดคุยกับมันอย่างเงียบๆ
หรือสบตาพร้อมกับความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นรอบๆ แม้อยู่ท่ามกลางผู้คนที่ไม่รู้จักมากมาย
เรามองออกไปนอกหน้าต่ีาง...เมื่อรถเคลื่อนที่ ดูสิ่งที่เหมือนเดิมหรือต่อเติมบ้างด้วยความชาชิน
ผู้คนต่างเมินหน้าใส่กัน นี่คือฉัน นั่นคือเธอ และตรงนี้คือช่องว่างของเราที่ห่างกันเท่าหนึ่งช่วงจักรวาล
แม้ในยามชิดใกล้จนลมหายใจรดหน้า เรายังทอดสายตาหลบเลี่ยง มือเกาะราวจับไม่ยอมปล่อย คล้ายว่าหากขยับสักนิด ช่องว่างระหว่างที่ตรงนั้นจะทำให้ความห่างเหินของเราแคบลงได้
มนุษย์บางผู้ทำตัวแปลกหน้า เขามองคนๆหนึ่ง แต่พูดกับอีกคนหนึ่ง และหันไปหัวเราะกับอีกคนหนึ่ง บางครั้งเขาก็พึมพัมคำสบถออกมา มันรดลงไปบนพื้นที่ยืนอยู่ร่วมกัน จนรวมกันเป็นคำใหญ่เบ้อเริ่ม!!
เสียงตะโกนของสัญญาณลงจอดดังขึ้น ผู้คนขยับชิด กลิ่นกายเกลือกกลั้วคลุ้งเคล้าอลเวง
ประตูเปิดแต่ไม่ใช่ทางออก เป็นเพียงประตูที่เปิดไปยังอีกประตูหนึ่ง
อยากก้าวพ้นออกไปจากประตูนี้เร็วๆ เพื่อที่จะเดินผ่านพ้นไป
เมื่อก้าวลงพร้อมกับคนแปลกหน้า ยังได้พบคนที่แปลกหน้ากว่าก้าวสวนขึ้นมา
เฉียดกรายกันเพียงหนึ่งองศา มีติดมาเพียงสายลมที่พัดผ่านกันเท่านั้น
รอยยิ้มในเมืองใหญ่จากหายไปในเขม่าควัน
และความห่างเหินของเราก็ขยายเป็นหลายเท่าของหนึ่งช่วงจักรวาล
เดินสบตากับพื้นฟุตบาทในเมืองใหญ่ มองปลายเท้าของตัวเองที่ย่ำลง
จังหวะเร็วช้าไม่หยุดนิ่ง เหมือนจิตที่เคลื่อนไหว ไม่เป็นจังหวะ
หูถูกกลบด้วยเสียงของดนตรีที่ยัดแน่นเข้าไป แล้วโลกส่วนตัวของเราก็เกิดขึ้นท่ามกลางหมู่คน
เหมือนเดินอยู่ใต้เงาของตนเองลำพัง สายตาชินชากับสิ่งรอบตัว
โลกของเราไม่เงียบ ไม่ได้ปราศจากความหวัง หากแต่ใจแห้งแล้งเกินไป
เหมือนเดินอยู่บนเวทีร้าง สวมบทบาทอยู่ลำพัง คนเขียนบทคือใคร ทำไมจึงให้ฉันนำเรื่องเพียงคนเดียว
#1 By moderndock on 2007-10-28 23:57