สายลมของการเปลี่ยนมือของอำนาจในเดือนกันยาที่ผ่านมา ทำให้ข้าพเจ้ายอมหลับหูหลับตาเดินตามทางของกระบอกปืนไปด้วยความหวัง

ความหวังที่จะพบแสงสว่างหนึ่งที่ปลายอุโมงค์ ที่ใครหลายคนรวมทั้งข้าพเจ้ายังไม่รู้ว่า จุดสิ้นสุดของการเดินทางอยู่ที่ใด

ในห้วงหนึ่งของความหวัง มีคนกลุ่มหนึ่งชูป้ายของสังคมแห่งคุณธรรมขึ้นมา ข้าพเจ้ามองด้วยสายตาเรืองรองเหมือนกับเห็นแสงทองของถิ่นสุวรรณภูมิอีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อการเดินทางดำเนินถัดมาข้าพเจ้าก็พบว่า มันเป็นเพียงป้ายสีเหลืองที่ฉาบสารเรืองแสงไว้ สามารถมองเห็นได้ในที่มืด แต่ไม่ได้เรืองรองในใจของใครนัก

หลายครั้งที่ประเทศเราตั้งเป้าหมายใดก็ตามมักจะไปได้ไม่ถึงจุดที่หวังนัก เลขรายได้ที่เฟ้อเกินตัวของประเทศ หากหักออกจริงๆจะเหลือเพียงเท่าไหร่กันเชียวที่รายได้จากผู้ประกอบการคนไทย และเงินออมของประเทศส่วนใหญ่ก็เป็นของนายทุนดัง 10 ตระกูลอย่างที่ท่านรู้กัน ข้าพเจ้าเกิดคำถาม..

ประเทศนี้เป็นของใคร?

คำตอบพัดผ่านให้ข้าพเจ้ารู้ถึงคำถามเบื้องต้น ก็เมื่อมาถึงวันที่ 19 สิงหา การลงประชามติช่วยมาเติมเต็มเสี้ยวหนึ่งของคำถามให้มีคำตอบขึ้นมาบ้าง ว่าประเทศนี้ยังเป็นของข้าพเจ้าและพวกเราทุกคน ปรากฏการณ์ที่ไม่ทำให้ปฏิวัติครั้งนั้นดูเผด็จการเกินไป และดูเหมือนเกิดขึ้นเพื่อผ่าทางตันทางการเมืองในช่วงลิงแก้แหจริงๆ

ผู้ที่หยิบยื่นโอกาสในรูปของกองทุนมากมายพร้อมสวัสดิการที่ทุ่มสุดตัว เพื่อดึงกำลังแรงและใจของคนรากหญ้า กลุ่มบุคคลที่มักจะถูกอ้างเป็นอันดับแรกของการหาเสียงแต่เป็นลำดับสุดท้ายของการดูแล ย่อมได้ใจกันเป็นธรรมดา ผู้ที่ถูกทอดทิ้งให้อ้างว้างมานาน ย่อมรู้สึกอบอุ่นและรู้สึกดีกับผู้ที่ให้ความอบอุ่นและหยิบยื่นความหวังให้ เพราะฉะนี้พื้นที่สีแดงจึงบังเกิด แม้ว่าจะมีเสียงของใครคนหนึ่งว่ามาจากแบงก์แดงๆก็เหอะ แต่สำหรับวันที่ 19 สิงหาที่ผ่านมา คงเป็นการเป็นหนึ่ง ด้วยอารมณ์ที่เฉียดฉิวที่ต่างฝ่ายคงลุ้นกันตัวแทบโก่ง

การเดินทางในอุโมงค์เริ่มทำให้ข้าพเจ้าอึดอัดและคิดว่าเป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

ข้าพเจ้าเริ่มล้าและเบื่อกับสถานการณ์ต่างๆรอบกายที่เละเทะวุ่นวายไปหมด มีเสียงๆหนึ่งบอกข้าพเจ้าให้ใจเย็นๆ แล้วเดินไปตามอุโมงค์แห่งความหวังนั้นต่อไป

ข้าพเจ้าเดินผ่านกลุ่มผู้คนมากมาย มีบางคนพยายามวิ่งสวนทางกลับไปทางเก่า และก็มีบางคนพยายามหาทางลัดเพื่อเข้าสู่ปลายทางให้ใกล้มากที่สุด

ผนังของอุโมงค์ถูกแปะไปด้วยใบประกาศหลักปรัชญาแห่งความพอเพียงเต็มพรืด พร้อมหลักคุณธรรมหลายประการ หากแต่ความมืดในอุโมงค์คงทำให้ดวงตาของข้าพเจ้ามืดบอดไป จนมองไม่เห็นและไม่คิดจะใส่ใจกับมัน

ข้าพเจ้าขอเพียงได้ออกไปสูดอากาศภายนอกได้เต็มปอดเสียที วันที่สุวรรณภูมิจะเป็นถิ่นทองจริงๆ และชาวเสื้อเหลืองจะเป็นพี่น้องที่รักกัน …

การโยกย้ายของคนหน้าเก่าในคาบใหม่ และการโฆษณาของพรรคหน้าหล่อทุกๆวัน ในตอนเช้า กลางวัน เย็น ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มรู้สึกเอือมกับการเมืองของประเทศนี้มากขึ้น นโยบายที่มองไม่เห็น ความฝันของประเทศที่ลอยละล่องเหมือนฟองสบู่ที่สวยงามแต่บอบบาง การจัดการที่คารังคาซัง หรือแม้กระทั่งสาเหตุของการเปลี่ยนอำนาจอย่างกะทันหันในเดือนกันยายนก็ยังไม่คลี่คลาย ไฟใต้ก็ยังไม่มอด ประเทศไทยตอนนี้เหมือนคนโตที่อยากจะกลับมาปัญญาอ่อนกันอีกครั้ง สนุกกับการแกล้งกันเอง และมีความสุขกับการขัดแข้งขัดขากัน

นักการเมืองประเทศนี้คงมีอุดมการณ์เป็นงานอดิเรก

ในทางเดินที่อึมครึม กับพื้นที่ย่ำแหยะ ข้าพเจ้าคิดว่าปลายทางของอุโมงค์คงเหลืออีกหลายหมื่นลี้




ขออภัยที่หายไปนาน




Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เฮ้อ.....เบื่อๆๆๆ เหนื่อยๆๆๆ ครับเรื่องนี้เลยขออยู่ไปตามสภาพก็แล้วกันนะครับ แต่อย่ามาทำให้ผลประโยชน์และสิ่งที่ควรจะได้ลดลงล่ะก็.. โดนดีแน่ไอ้พวกนี้..

#1 By ปอนปอน on 2007-09-07 21:19

ล๊าลา

สวัสดีคับผม

จะพยายามหาทางออกด้วยตัวเองงับ
ชะแว้บเข้ามาอ่านค่ะ
เขียนได้น่าสนใจเช่นเคยนะคะ

#3 By Tang-May on 2007-09-07 23:02

สัจจะเพีงอย่างเดียวของนักการเมืองคือโกหกเป็นสองเท่า
^
^
ไปอ่านเจอมาจากหนังสือเล่มที่ชื่อ "ยิ้มสิแล้วฉันจะสารภาพให้ฟัง"
เงินๆๆเท่านั้นเสกสรรทุกอย่างได้ด้วยเงินๆๆๆ

#5 By Ocean's Saturday on 2007-09-08 00:41

รู้สึกหมดหวังกับเรือ่งการเมืองมานานมากแล้ว

ต่อให้พยายามเปลี่ยนแปลงแค่ไหน
ก็ดูเหมือนจะยิ่งเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ

#6 By *บลาสต์ on 2007-09-08 01:51


เห็นด้วยอย่างแรง...........

ขนาดผมเรียนรัฐศาตร์อยู่ยังรู้สึกเบื่อพวกนักการเมือง

ไม่มีมุขใหม่ๆให้เราได้เรียนรู้ มีแต่มุขเดิมซ้ำซาก

แต่ยังดี ไม่มีต่อยกันในสภาเหมือนหลายประเทศ

ไม่งั้นเราอาจได้ดูมวยแถม

ผมคิดว่า "ฮวงจุ๊ย" ของรัฐสภาไม่ดีหรือเปล่า

เพราะดันไปตั้งอยู่ใกล้ๆ "เขาดิน" ซะงั้น



*************

#7 By Juninyá on 2007-09-08 06:04

บางอย่างหนะ..

พูด แล้ว ทำไม่ได้

จะให้ทำอย่างไรละ


เมื่อคำว่าสัจจะ กับ อำนาจ อยู่ใหนมือคนเดียวกัน

#8 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-09-08 07:21

เอาเป็นว่าพวกเราก็จูงมือกันเดินก็แล้วกันนะคะ

#9 By ป้าหมู on 2007-09-08 08:17

การเมืองก็น่าเบื่อยังงี้เองหละคับ วันที่มายึดก็บอกว่าจะคืนอำนาจให้เร็วที่สุด แต่พอเอาไปเอามาแทงกั๊กว่าจะลงไม่ลงการเมืองซะงั้น

#10 By Frankie8 on 2007-09-08 10:05

เพราะว่ามันคือ ทุนนิยม

#11 By goody on 2007-09-08 12:20

ประชาธิปไตยคือสิ่งที่มนุษย์เอามาไว้ป้องกันการฆ่ากันเอง โดยการเอาผลการเลือกตั้งมาเป็นข้อตกลงว่าใครได้คะแนนมากกว่า คือผู้ชนะแล้วทุกคนต้องยอมรับ

ประชาธิปไตยไม่ได้บอกว่า ผู้ชนะจะไม่ได้เป็นคนดี หรือเลว มันเป็นแค่สิ่งที่ทุกคนต้องยอมรับเพราะเราอยู่ในโลกที่ทุกคนคิดแตกต่างกัน

#12 By มนุษย์กล่อง on 2007-09-08 21:46

เบื่อโลกวุ่นวาย เบื่อสังคมแย่งชิง หากเป้าหมายคือความสงบ มันคงกลายหลายหมื่นลี้จริงๆ

#13 By Crozzax on 2007-09-08 22:57

กระบี่ถ้าอยู่ในมือคนชั่ว วันไหนถูกชักออกมาฟาดฟันคนบริสุทธิ์ความยุติธรรมก็ไม่มีในโลก

#14 By ภูริ on 2007-09-09 10:55

เฮ้อ การเมืองไทย...

เราเดอนอยุ่ในอุโมงจนเหนื่อย แถมยังไม่รู้ว่าอะไรรออยู่ปลายทาง...

มันน่าเสี่ยงมั๊ยล่ะ

#15 By yatiko on 2007-09-09 12:04

การเมือง คือ การเดินทางในเขาวงกต

#16 By oOนุOo on 2007-09-09 12:29

หวัดดีงับ
แสนจะเบื่อกะเรื่องการเมือง ...

#17 By ~::GoldfishOu::~ (58.181.153.10) on 2007-09-10 11:32

หล่อแล้วมันช่วยได้มั้ย

โตแล้วน่าจะคิดได้มั้งเนอะ

เฮ้อ

#18 By nami on 2007-09-12 10:05

การเมืองการปกครอง....


ทำตัวเองให้ดีก็พอแล้ว

#19 By Gimsong♪ 김성 on 2007-09-13 19:52

Hello! Good Site! Thanks you! ulxqbkukwx

#20 By crfdczcpbw (200.46.102.151) on 2008-01-28 11:47