อุโมงค์ที่มองไม่เห็นทางออก
posted on 07 Sep 2007 20:15 by asuji7832 in I-think
สายลมของการเปลี่ยนมือของอำนาจในเดือนกันยาที่ผ่านมา ทำให้ข้าพเจ้ายอมหลับหูหลับตาเดินตามทางของกระบอกปืนไปด้วยความหวัง
ความหวังที่จะพบแสงสว่างหนึ่งที่ปลายอุโมงค์ ที่ใครหลายคนรวมทั้งข้าพเจ้ายังไม่รู้ว่า จุดสิ้นสุดของการเดินทางอยู่ที่ใด
ในห้วงหนึ่งของความหวัง มีคนกลุ่มหนึ่งชูป้ายของสังคมแห่งคุณธรรมขึ้นมา ข้าพเจ้ามองด้วยสายตาเรืองรองเหมือนกับเห็นแสงทองของถิ่นสุวรรณภูมิอีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อการเดินทางดำเนินถัดมาข้าพเจ้าก็พบว่า มันเป็นเพียงป้ายสีเหลืองที่ฉาบสารเรืองแสงไว้ สามารถมองเห็นได้ในที่มืด แต่ไม่ได้เรืองรองในใจของใครนัก
หลายครั้งที่ประเทศเราตั้งเป้าหมายใดก็ตามมักจะไปได้ไม่ถึงจุดที่หวังนัก เลขรายได้ที่เฟ้อเกินตัวของประเทศ หากหักออกจริงๆจะเหลือเพียงเท่าไหร่กันเชียวที่รายได้จากผู้ประกอบการคนไทย และเงินออมของประเทศส่วนใหญ่ก็เป็นของนายทุนดัง 10 ตระกูลอย่างที่ท่านรู้กัน ข้าพเจ้าเกิดคำถาม..
ประเทศนี้เป็นของใคร?
คำตอบพัดผ่านให้ข้าพเจ้ารู้ถึงคำถามเบื้องต้น ก็เมื่อมาถึงวันที่ 19 สิงหา การลงประชามติช่วยมาเติมเต็มเสี้ยวหนึ่งของคำถามให้มีคำตอบขึ้นมาบ้าง ว่าประเทศนี้ยังเป็นของข้าพเจ้าและพวกเราทุกคน ปรากฏการณ์ที่ไม่ทำให้ปฏิวัติครั้งนั้นดูเผด็จการเกินไป และดูเหมือนเกิดขึ้นเพื่อผ่าทางตันทางการเมืองในช่วงลิงแก้แหจริงๆ
ผู้ที่หยิบยื่นโอกาสในรูปของกองทุนมากมายพร้อมสวัสดิการที่ทุ่มสุดตัว เพื่อดึงกำลังแรงและใจของคนรากหญ้า กลุ่มบุคคลที่มักจะถูกอ้างเป็นอันดับแรกของการหาเสียงแต่เป็นลำดับสุดท้ายของการดูแล ย่อมได้ใจกันเป็นธรรมดา ผู้ที่ถูกทอดทิ้งให้อ้างว้างมานาน ย่อมรู้สึกอบอุ่นและรู้สึกดีกับผู้ที่ให้ความอบอุ่นและหยิบยื่นความหวังให้ เพราะฉะนี้พื้นที่สีแดงจึงบังเกิด แม้ว่าจะมีเสียงของใครคนหนึ่งว่ามาจากแบงก์แดงๆก็เหอะ แต่สำหรับวันที่ 19 สิงหาที่ผ่านมา คงเป็นการเป็นหนึ่ง ด้วยอารมณ์ที่เฉียดฉิวที่ต่างฝ่ายคงลุ้นกันตัวแทบโก่ง
การเดินทางในอุโมงค์เริ่มทำให้ข้าพเจ้าอึดอัดและคิดว่าเป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
ข้าพเจ้าเริ่มล้าและเบื่อกับสถานการณ์ต่างๆรอบกายที่เละเทะวุ่นวายไปหมด มีเสียงๆหนึ่งบอกข้าพเจ้าให้ใจเย็นๆ แล้วเดินไปตามอุโมงค์แห่งความหวังนั้นต่อไป
ข้าพเจ้าเดินผ่านกลุ่มผู้คนมากมาย มีบางคนพยายามวิ่งสวนทางกลับไปทางเก่า และก็มีบางคนพยายามหาทางลัดเพื่อเข้าสู่ปลายทางให้ใกล้มากที่สุด
ผนังของอุโมงค์ถูกแปะไปด้วยใบประกาศหลักปรัชญาแห่งความพอเพียงเต็มพรืด พร้อมหลักคุณธรรมหลายประการ หากแต่ความมืดในอุโมงค์คงทำให้ดวงตาของข้าพเจ้ามืดบอดไป จนมองไม่เห็นและไม่คิดจะใส่ใจกับมัน
ข้าพเจ้าขอเพียงได้ออกไปสูดอากาศภายนอกได้เต็มปอดเสียที วันที่สุวรรณภูมิจะเป็นถิ่นทองจริงๆ และชาวเสื้อเหลืองจะเป็นพี่น้องที่รักกัน …
การโยกย้ายของคนหน้าเก่าในคาบใหม่ และการโฆษณาของพรรคหน้าหล่อทุกๆวัน ในตอนเช้า กลางวัน เย็น ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มรู้สึกเอือมกับการเมืองของประเทศนี้มากขึ้น นโยบายที่มองไม่เห็น ความฝันของประเทศที่ลอยละล่องเหมือนฟองสบู่ที่สวยงามแต่บอบบาง การจัดการที่คารังคาซัง หรือแม้กระทั่งสาเหตุของการเปลี่ยนอำนาจอย่างกะทันหันในเดือนกันยายนก็ยังไม่คลี่คลาย ไฟใต้ก็ยังไม่มอด ประเทศไทยตอนนี้เหมือนคนโตที่อยากจะกลับมาปัญญาอ่อนกันอีกครั้ง สนุกกับการแกล้งกันเอง และมีความสุขกับการขัดแข้งขัดขากัน
นักการเมืองประเทศนี้คงมีอุดมการณ์เป็นงานอดิเรก
…
…
ในทางเดินที่อึมครึม กับพื้นที่ย่ำแหยะ ข้าพเจ้าคิดว่าปลายทางของอุโมงค์คงเหลืออีกหลายหมื่นลี้
#1 By ปอนปอน on 2007-09-07 21:19