การผจญภัยของใบไม้เฒ่า
posted on 02 Aug 2007 22:08 by asuji7832 in I-think
1.
ใบไม้ที่หล่นบนผิวน้ำตีคลื่นเป็นวงกว้าง สายน้ำเต็มไปด้วยใบไม้ที่แห้งเหี่ยว เหมือนเรือลำน้อยที่ถูกทอดทิ้งให้ไหลไปตามสายนที ใบไม้ที่เขียวจากโคนจรดปลาย เฝ้ามองเพื่อนร่วมต้นโรยราไปทีละใบ และหลายๆใบ สักวันหนึ่งเราก็ต้องหล่นไปในที่แห่งนั้นและไม่ได้ย้อนกลับมาอีกเลย
“ตราบใดที่อาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก แสดงว่าเรายังมีหวัง”
2.
สายน้ำไหลทอดลงสู่แม่น้ำ ใบไม้ที่หล่นมาแต่ต้นทางเหลือเพียงน้อยใบที่คงอยู่ บางใบก็ติดอยู่กับซากกอวัชพืช บางใบก็ย่อยสลายไปเป็นธาตุอินทรีย์ บางใบก็เหลือมาไม่เต็มใบ การเดินทางของใบไม้แก่ๆ เหมือนการล่องลอยไปตามกระแสธารา สายน้ำหยุดเมื่อไหร่ก็คงหยุดได้เมื่อนั้น หากว่าใบไม้แก่ๆยังคงเดินทางไหวอยู่ สายน้ำก็ไม่เคยจะเกียจคร้านที่จะนำพาไปในโลกที่กว้างใหญ่
“แต่ใบไม้จะคงอยู่ และทนไหวหรือเปล่า”
3.
ใบไม้วัยเยาว์ที่อยู่บนต้น ไม่เคยได้ยินเรื่องเล่าของใบไม้เฒ่าที่จากไป ได้แต่พลิ้วไหวฟังเสียงกระซิบของสายลม ว่าที่อื่นเป็นเช่นใดและผู้เฒ่าที่จากไปยังคงอยู่ดีหรือเปล่า หากแต่นานทีจะได้ข่าวคราว
สายลมมักพัดเรื่องราวการผจญภัยของใบไม้เฒ่าให้เหล่าวัยละอ่อนฟังอยู่เนืองๆ บางทีก็แต่งเติมบ้าง บางครั้งก็ฟังจากเสียงพรายกระซิบจากผิวน้ำบ้าง แล้วแต่จะได้ยินมา
“จงอย่าเชื่อสายลมให้มากนัก” ต้นไม้ที่ยืนสงบนิ่งมานานสั่งสอนใบอ่อนที่พากันพูดคุยจอแจ เมื่อเพิ่งได้ยินเรื่องที่สายลมเล่ามา
“ในโลกนี้ ไม่มีอะไรจริง เท่ากับสิ่งที่เราได้สัมผัส แต่ก็อย่าลืม ในสัมผัสนั้นก็ลวงตาเราได้เช่นกันหนูน้อยทั้งหลาย”
4.
ต้นไม้ยืนสงบนิ่งมายาวนาน จนปกปิดริ้วรอยแห่งวัยได้ไม่มิด ผิวหยาบกร้านบ่งบอกถึงการตรากตรำต่อ ลม ฝน แดด ผ่านเหล่าบรรดาใบไม้มาไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น และมันจะยังคงเป็นไปเช่นนั้นหากว่ายังไม่มีใครมาขุดราก ถอนโคนเค้าไปเสียก่อน
ความสุขของการได้เฝ้าดูสรรพสิ่งรอบตัวอย่างเงียบๆ สอนให้ต้นไม้อยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวตลอดมา เขาภูมิใจที่ไดเป็นทั้งเครื่องฟอกอากาศในธรรมชาติ ร้านอาหารของสัตว์น้อยใหญ่ และสำคัญกว่าสิ่งใด ที่นี่คือจุดกำเนิดของการผจญภัยของใบไม้เฒ่า
จุดเริ่มต้นของตำนานใบไม้หลายๆเรื่อง
ต้นไม้เฝ้ามองการออกเดินทางของใบไม้มาไม่รู้กี่รุ่น ไม่เคยได้ยินข่าวคราวว่าจะมีใบใดได้กลับมา เขาได้แต่ยืนนิ่งฟังนิทานจากสายลมและทอดถอนหายใจอย่างเงียบๆ ไม่มีใครรู้ว่าต้นไม้กำลังคิดอะไร
“ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ นั่นก็แปลว่าเราผ่านช่วงเวลาตะวันตกดินในทางทิศตะวันตกได้แล้ว”
5.
ใบไม้เฒ่าหลุดจากขั้ว หล่นลงกระทบผิวน้ำแผ่คลื่นออกเป็นวงกว้าง
เหล่าใบไม้บนต้นพริ้วไหวเซ็งแซ่เป็นการอำลาครั้งสุดท้าย
ใบไม้เฒ่าค่อยๆหมุนตัวประคองไปตามสายน้ำ ต้นไม้ยังคงยืนสงบนิ่ง ตราบวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่สายลมก็ยังคงวนเวียนส่งผ่านข่าวคราวของเหล่าบรรดาใบไม้เฒ่าต่อไป
ตราบใดที่สายน้ำยังไม่หยุดไหล สายลมก็ยังไม่หยุดพัดเช่นกัน
6.
ใบไม้ที่หล่นบนผิวน้ำตีคลื่นเป็นวงกว้าง สายน้ำเต็มไปด้วยใบไม้ที่แห้งเหี่ยว เหมือนเรือลำน้อยที่ถูกทอดทิ้งให้ไหลไปตามสายนที ใบไม้ที่เขียวจากโคนจรดปลาย เฝ้ามองเพื่อนร่วมต้นโรยราไปทีละใบ และหลายๆใบ
สักวันหนึ่งเราก็ต้องหล่นไปในที่แห่งนั้นและไม่ได้ย้อนกลับมาอีกเลยเช่นกัน
“การผจญภัยเริ่มขึ้นอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง…”

#1 By nami on 2007-08-02 23:41