เรื่องเล่าของวันที่ฝนตก
posted on 22 Jul 2007 11:32 by asuji7832 in My-Life
หลายวันมานี้ฝนตกราวกับว่าโลกนี้มีแต่ฤดูฝน
ข้าพเจ้าคิดถึงหน้าร้อนที่ร้อนแทบไหม้และหน้าหนาวที่สั่นถึงกระดูก
ข้าพเจ้าเองอยู่ในเมืองที่ไม่พลุกพล่านและเงียบจนบางครั้งก็คิดว่าเมืองนี้มีซอมบี้หรือเปล่า
เพราะตอนกลางคืนไม่มีแม้กระทั่งเสียงคนพูด
แต่ความวุ่นวายมักจะมาพร้อมกับคนใหญ่ๆที่มาจากจังหวัด ที่มากันทีก็มีรถนำขบวนยาวเป็นหางว่าว บางครั้งก็ขึ้นเฮลิคอปเตอร์มากันราวกับว่า ผืนป่าในอำเภอของข้าพเจ้าเป็นของเล่นของพวกเขา ที่มีไว้ให้พวกเขาได้มองและเพลิดเพลินเฉย ๆ เพราะนโยบายของพวกเขาได้เขียนลงบนกระดาษไว้หมดแล้ว
แต่น่าเสียดายที่มันเขียนลงผืนป่าอันกว้างใหญ่นี้ไม่ได้ เพราะมันเป็นนโยบายเชิงทฤษฎีมากกว่าเชิงปฏิบัติ ผู้คนเพียงร้อยกว่าชีวิตที่ปกป้องผืนป่าทั้งขุนเขาและสัตว์น้อยใหญ่ ดูแล้วเหมือนเอาไม้ซีกมางัดไม้ซุง เหมือนเอาเชือกปอ มาล้อมรอบบ้าน
เมื่อหลายปีก่อนมีคนถูกช้างกระทืบตายเพราะเข้าไปหาเห็ดโคนในป่า ชาวบ้านที่พยายามหาเลี้ยงปากท้อง และสัตว์ป่าที่มีสัณชาติญาณเดรัจฉาน
บ้างว่ากันว่าเป็นเพราะช้างกำลังตกมัน
บ้างก็บอกว่าเป็นอาถรรพ์ป่า บ้างก็ลือว่าไปแย่งช้างเก็บเห็ดมากิน
บ้างก็ว่าเป็นคนที่เก็บเห็ดนั้นซวยเพราะไปเจอกับ ไอ้เดี่ยว ช้างตัวผู้ที่มีหางกุดสั้นและอยู่โดด ซึ่งเป็นช้างที่เกลียดคนเป็นชีวิตจิตใจ
ครั้งหนึ่งที่ข้าพเจ้าเดินเข้าฐานในห้วยขาแข้ง ขณะที่กำลังเดินลงเขาภักดีเพื่อไปห้วย ก็มีเรื่องที่น่าตลกร้ายอยู่เรื่องหนึ่ง
เมื่อเดินอย่างทุลักทุเลลงไปก็พบ ขี้ช้างสดๆอยู่
แต่คนนำทางที่เป็นเจ้าหน้าที่ได้เดินล่วงหน้าและกลับมาบอกว่า สามารถเดินต่อไปได้ ในขณะที่กำลังเดินไปที่ห้วยซึ่งจะเป็นที่พักในการเดินฐาน ปรากฏว่ามีเสียงร้องยาวดังออกมาจากบริเวณลำห้วย
"เฮ้ย...เสียงอะไรน่ะ"เด็กห้องสอง ที่เดินคู่มากับลูกอาจารย์ ซึ่งเป็นเด็กเล็กได้ทักขึ้น พวกเราจึงหยุดเพื่อรอฟังให้แน่ใจ
เจ้าหน้าที่ชะงักไปครู่หนึ่งขณะฟังเสียงนั้นที่ดังขึ้นอีกสองรอบ
"เสียงกวางน่ะ...." พวกเราจึงเตรียมเดินไปที่ลำห้วยกันต่อ แต่เมื่อเสียงร้องครั้งที่สามดังขึ้นและอยู่ใกล้ตัวมาก
เจ้าหน้าที่จึงตะโกนมาว่า
"เฮ้ย..ช้าง...วิ่ง วิ่ง ขึ้นมอกลับไปบนเขาก่อน"
มนุษย์ประมาณ สิบห้าคนวิ่งกันอย่างทุลักทุเลเพื่อขึ้นไปบนเขาอีกรอบ
เมื่อขึ้นมาและเอากล้องส่องทางไกลส่องดูเราก็พบว่า
มีครอบครัวช้างโขลงหนึ่งกำลังเล่นน้ำอย่างสุขี
อย่างงั้นที่ร้องเตือนพวกเราคงไม่ต้องการให้ไปกวนซิน่ะ
แต่ที่น่าขำคือเด็กผู้ชายที่ร้องทักเสียงช้างขึ้นเป็นคนแรก ซึ่งตอนแรกอยู่หน้าสุดของขบวนซึ่งเป็นแถวตอนเรียงหนึ่ง เมื่อหันหลังกลับก็ต้องเป็นคนสุดท้าย
แต่เขากลับวิ่งนำโด่งขึ้นเขาเป็นคนแรกแซงคนอื่นๆขึ้นมา ทั้งที่มีเด็กเล็กขี่หลังอยู่อีกคน
ความกลัวตายนี่เป็นพลังในการขับเคลื่อนจริงๆ คุณว่ามั้ย?
ฝนยังคงตกอยู่ข้างนอก
ข่าวรายงานความแห้งแล้งของจังหวัดกาฬสินธ์ที่ดินแห้งขอดแตกแขนง
แต่ที่นี่กลับเต็มไปด้วยน้ำ ฝายทุกฝายเอ่อล้น และทุกบ้านก็รองน้ำใส่โอ่งจนไม่มีโอ่งให้ใส่
ข้าพเจ้าได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่ฝนจะหยุดตก ทั้งที่คนในภาคอื่นได้แต่ภาวนาว่าเมื่อไหร่ฝนจะมา
บางครั้งโลกก็กลับด้านกันจนน่าประหลาดเสียจริงเชียวคุณ
Tags: asuji, hkk, lanask, raining, season, story, tale, uthaithani4 Comments
ไม่ใช่ว่าเพราะฝนพรำ
แต่เพราะความระยำ
ของมนุษย์ที่โง่งม
#1 By เทราสเฟียร์ เอล เซราฟีเตอร์ on 2007-07-22 16:57