
แปลก..ที่หลายอาทิตย์ที่ผ่านมามีการเข้ามาทักทายของความตาย
ไม่ใช่ของข้าพเจ้า หากแต่ว่าเป็นคนอื่น
ทำบุญร้อยวันตากับยาย
อาจารย์ที่โรงเรียนเสียชีวิต
เพื่อนพ่อที่ต่างจังหวัดไปจากโลกนี้เพราะตับแข็ง
หลายครั้งที่เกิดการจากไป ข้าพเจ้าก็ยังรู้สึกว่าเมื่อไหร่คนที่ไปจะเป็นข้าพเจ้า
แปลก..ที่ในการพยายามตายครั้งหนึ่งของข้าพเจ้าได้สอนให้ข้าพเจ้ารู้จักชีวิตที่มีอยู่
แปลก..ที่ข้าพเจ้ามีวันนี้ได้
วันที่ข้าพเจ้ามองคนที่นอนนิ่ง ไร้การรับรู้
รุ่งเช้า จากร่างหนึ่งกลายเป็นเถ้าธุลี
สักวันหนึ่ง ข้าพเจ้าก็ต้องเป็นแบบนั้นใช่ไหม?
ทุกคนล้วนต้องละทิ้งอินทรีย์ธาตุในโลกนี้ไป เพื่อไปในที่ใดอีกที่หนึ่ง
ที่ใดที่หนึ่งที่ข้าพเจ้าอาจเคยไปมา..แต่ทว่า จำไม่ได้
เคยฟังเรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง
"มีเณรรูปหนึ่ง ได้ไปร่วมงานมงคลพิธีแต่งงานกับพระรูปอื่นๆ ขณะที่กำลังจะฉันท์ข้าว เนื้อหมูกำลังจ่อริมฝีปาก เณรรูปนี้ก็ได้เกิดนิมิตรขึ้นฉับพลัน เมื่อเณรได้เห็นนิมิตรนั้นก็กลั้นหัวเราะไม่อยู่ และหัวเราะออกมาด้วยเสียงอันดัง จนเจ้าของงานทนไม่ไหวจึงต่อว่า ว่าทำไมเณรไม่สำรวมเลย ทั้งๆที่อยู่ในผ้าเหลืองแบบนี้ เณรจึงตอบมาว่า
"จะไม่ให้เราหัวเราะได้อย่างไร ในเมื่องานแต่งงานวันนี้มันช่างน่าเวทนานัก ท่านรู้มั้ยเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวเคยเป็นพ่อลูกกันในชาติที่แล้ว และ หมูที่ถูกฆ่ามาทำอาหารในวันนี้ก็เป็นแม่ของเจ้าสาวและภรรยาของเจ้าบ่าวในชาติที่แล้ว"
...
...
...
มีคนบอกว่าโลกนี้ก็เป็นแค่เกม
และผู้ที่หลุดพ้นจากเกมนี้ไป ไม่กลับมาเล่นอีก ก็คือ พระพุทธเจ้า
แต่แปลกที่วันนี้ ไม่มีใครหันมาสนใจว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้พระพุทธเจ้าไปถึงสิ่งนั้นได้
หรือว่า เรายังอยากอยู่ในเกม
หรือมันยากไปเกินกว่าเราจะทำ
บางครั้งการจักรวาลอาจไม่ใช่ที่ที่เอาไว้ให้หาคำตอบ
แต่เป็นสิ่งที่คอยย้ำเตือนเรา
ว่าเราก็เล็กจ้อยร่อย
และเป็นเพียงฝุ่นผงในจักรวาล
ฝุ่นผงเหมือนกับวันที่ร่างมอดไหม้
กลายเป็นธุลีที่ล่องลอย
เป็นไปได้ไหมที่มนุษย์ผิดตั้งแต่เริ่มให้ความสำคัญกับตัวเอง เกินความเป็นจริง
#1 By [ Too ] on 2007-06-19 23:15