
ฝนเพิ่งหยุด
ใบไม้มีหยาดน้ำพราว เปียกปอนตั้งแต่กิ่งยันโคน
บ้างกิ่งหักลู่ เพราะลมกระหน่ำ แต่หากลำต้นยังทะนงยืนอย่างมั่นคง
เหมือนคนพิการที่ยังอยู่ได้ โดยไม่ต้องง้อมือง้อตีนใคร
ย่ำสู่ราตรีกาล ฟ้ายังครึ้ม แม้ความมืดก็ไม่สามารถปิดบังเมฆดำได้
ดินชื้นเฉอะแฉะ คล้ายเดินบนโคลน ดินดีดติดขามาบ้างแต่ก็ยังล้างชำระได้
ไม่เหมือนกับความผิดบาปในใจ
ที่แม้จะซ่อนได้ แต่ใช่ว่าจะล้างได้หมดจดดังคราบดิน
สิ่งใดที่ทำไว้ย่อมติดตัวไป แม้วายชีวีก็มิอาจสิ้น
"สถิตย์ทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา"
หากแม้นมีหมื่นแสนเงินล้าน แต่ใช่ว่าคนรวยจะไม่เคยเปียกฝน
มีกับจน ล้วนต้องผจญความโกรธเกรี้ยวของธรรมชาติเหมือนกัน
เพราะธรรมชาติ ไม่เคยแบ่งชนชั้น
มีแต่คนเท่านั้น ที่ล้วนพูดดีได้แต่ไม่พูดกัน
มาแบ่งคุณค่าและชนชั้นด้วยทิฏฐิของตนเอง
ลมพัด กิ่งไม้ไหว หากแต่ลมมิอาจทำอะไรได้ ในเมื่อกิ่งไม้ยังติดตรึง
กิ่งยังคงยึดต้น มั่นคง ยึดมั่น
ไม่เหมือนใจคน ที่โดนเพียงลมปากเบาๆ พัดผ่านก็หวั่น
มิเคยยึดมั่นในศรัทธาของตนเอง
ใยคอยหลบฝนพรำอยู่ใต้เงาอาคารใหญ่
มองดูผู้คนเมืองมองฝนด้วยความ อเนถอนาถใจ
แต่เมื่อหันหลังกลับไป คนถิ่นชน ยิ้มราวได้ทอง
....
คนถิ่นเดินเลาะทุ่ง ฝ่าฝนพรำ เดินเครื่องสูบน้ำ
ส่วนคนเมืองนั่งอยู่ในเครื่องซดน้ำ(มัน) นั่งติดไฟแดง
ดูฝนปรายลงมากระทบกระจกติดฟิล์ม
หน้าพิงหน้าต่าง เลื่อนลอย อยู่ในโลกส่วนตัว
ในเวลาเดียวกัน แต่เราล้วนต่างจมสู่เวลาของตนเอง ที่แตกต่างกัน
....
คู่รักเดินเคียงอยู่ในร่มคันเล็ก แม้จะเปียกบ้าง
แต่เนื้อแนบเนื้อ ก็ทำให้รู้สึกดีกว่าแนบฝนอย่างเดียวดาย
คนไร้คู่เดินขึ้นรถเมลล์คันใหญ่ แนบเนื้อที่อับชื้น ทั้งเหงื่อทั้งฝนที่ผสมโทรมกาย
ยืนเสียดสีกับคนรอบข้าง ในพาหนะเดียวกัน
....
บางครั้ง เราก็น้อยใจในความบัดซบ ที่ฝนพัดนำมา
หลายครั้งการเดินทางของชีวิต มักมีเรื่องให้ผิดพลาด
แต่คนมักก้าวข้ามมันมาได้ด้วยวิธีของตัวเอง
เขาถึงได้เปรียบ ว่าฟ้าหลังฝนมักจะสดใส
....
หลังร้องไห้ เรายิ้ม
หลังโดนแกล้ง เราหัวเราะ
หลังตกงาน เรารู้คุณค่าของสิ่งที่มี
เหมือนหลังราตรีนี้ที่ฝนจาก
แล้วฟ้ากระจ่างไปด้วยดาวน้อยๆ
เมฆฝนกระจัดกระจายเปิดฟ้าโล่งให้จันทร์ได้เมียงมอง
ฟ้าหลังฝน สวยงามดังนี้นี่เอง
.. ... .. . ...

#1 By นกไร้ขา on 2007-06-10 21:35