วันที่มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกแล้วเดินเลี้ยวมาทางทิศตะวันตก
posted on 07 Jun 2007 21:39 by asuji7832 in My-Lifeหากไร้วสันตฤดู โลกนี้คงไม่รู้จักความชุ่มฉ่ำ
หากไร้ฝนกระหน่ำ ผู้คนคงไม่รู้จักความร้ายกาจของมหานที
หากไม่มีชีวี คงมิอาจรู้ว่าสายรุ้งงามเพียงใด
เดินก้าวไปในถนนเดิม หากเพียงว่างเปล่า เพราะเป็นช่วงโพล้เพล้
ทางทิศตะวันตก แสงสีทอดยาวเป็นริ้วคล้ายอ้อยอิ่งไม่อยากจาก
จันทร์เงยหน้าโผล่มาทักทาย ข้างสุดโค้งของรุ้งกินน้ำ
เสียดายที่ไม่สามารถสแกนรูปจากสมองลงคอมพ์มาโพสได้
เพียงพื้นที่เท่านี้ จะให้บรรยาย
คงมิอาจเอ่ยภาษาใดๆที่จะพรรณนาได้เท่า
ก้าวเดินออกสู่เส้นทางสีเทา บอกลาเพื่อนร่วมทางหันหลังให้สายรุ้ง
ตำนานใดที่เอ่ยไป ว่าสายรุ้งเป็นสะพานไปสู่สวรรค์
หรือสุดปลายที่รุ้งทอดยาวไป มีไหบรรจุทองคำ
ข้าพเจ้าเดินคิดไปลำพัง ว่าสุดปลายรุ้งยืนอยู่ ณ ที่ใด
ไหทองคำที่บรรจุความฝันของคนรุ่นก่อนไว้
สะพานสู่สุขาวดีของคนรุ่นหลัง
ถูกเลือนหายไปด้วยเหตุผลทางวิทยวิชาของกบฏศาสนาในอดีต
ว่าแท้จริงแล้วรุ้งไม่ใช่สิ่งที่เทพใดๆกำหนดมา
หากแต่ทว่าเกิดจากการหักเหของแสงกับหยดน้ำในอากาศเพียงเท่านั้น
มันก็เป็นเพียงแสงสเปกตรัม...
เพียงความถี่ที่ต่างกัน ก็แยกแสงขาวออกมาเป็น แดง ส้ม เหลือง เขียว คราม น้ำเงิน ม่วง นานา
และแม้จะชี้หรือจ้องไปสักกี่พันครั้ง ตาก็ไม่อาจบอดและนิ้วก็ไม่อาจกุด
หากเพียงมองกลับมุม ตำนานที่ถูกเลือนหาย สุนทรียภาพกับจินตนาการอยู่หนใด
ในเมื่อมองออกไปเจอแต่ความจริง
ที่เคยถูกซ่อนเร้นไว้ด้วยจินตนาการในตำนาน
เดินหันหลังให้รุ้ง มุ่งสู่ที่นอนถิ่นอาศัย
แสงอาทิตย์รำไร ใครกันที่ออกมาตากผ้าอ้อมในตอนเย็น
หากโลกนี้ไม่มีสีสัน
ภาพโมนาลิซ่าคงเป็นโทนขาว-ดำ
และเทคนิคการระบายไล่เฉดสี คงไม่มีให้ทำกันมา
ธรรมชาติสอนทุกอย่างให้กับเรา
หากเพียงแต่เราไม่เคยยกขึ้นเป็นครู
มากสุดก็คือแรงบันดาลใจ
เดินสวนกับรถและคน
มองดูแสงไฟบนถนนใหญ่
ที่อ้อมโค้งลงมาให้แสงสว่างตัดกับขอบฟ้าสีแดงรำไร
...
...
ไม่ว่าอย่างไร มนุษย์ก็พยายามเอาชนะธรรมชาติอยู่ดี
Tags: rain, rainbow, sunshine11 Comments
#1 By นกไร้ขา on 2007-06-07 22:08