ยามค่ำคืนของการเดินทางข้าพเจ้าพบสงครามอารมณ์
นั่งสงบอยู่ในห้องโดยสารรถกระบะคันใหญ่ จุดมุ่งหมายคือตัวเมือง
เสียงวิทยุรายงานการวินิจฉัยคดียุบพรรค ที่ว่ากันว่า เป็นคดีประวัติศาสตร์จนนักข่าวทุกช่องต้องแหกขี้ตาตื่นไปเฝ้าหน้าศาลเพื่อรายงานความเคลื่อนไหว
ใครจะรู้บ้าง ในขณะที่โทรทัศน์รายงานการวินิจฉัยที่ยืดยาว
มีคนบางคน(ไม่น้อย) เลือกที่จะปิด โทรทัศน์ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยฟังผลก็แล้วกัน (เบื่อที่จะฟัง(โว้ย))
นั่งอยู่คู่กับคนขับ มองไปเบื้องหน้า แสงไฟแม้จะเป็นไฟสูงก็ยังไม่สามารถเห็นทางได้ครบทุกด้าน
ไม่เหมือนเฉกเช่นกลางวัน ที่สามารถทอดสายตามองทางได้สุดลูกลูกหูลูกตา
ไม่ต้องคอย ลดไฟ ปรับไฟ ขับได้สบายกว่าแม้ว่ารถจะเยอะกว่า หากมีหนทางข้าพเจ้าเลือกที่จะขับรถตอนกลางวัน
คนนั่งอยู่ในเกราะเคลื่อนที่หุ้มเหล็ก หากแต่สามารถสบถถ้อยคำผ่านไฟหน้า และการกระโจนของตัวรถได้อย่างไม่น่าเชื่อ
คนกุมบังเหียนเป็นเช่นใด ก็คงไม่ผิดที่อาชาจะเป็นเยี่ยงนั้น
สวนกันในทางเดียวกัน หากแต่อยู่คนละฟากฝั่ง ตบไฟ ให้สัญญาณ "กรุณาลดไฟต่ำ"
หากแต่ฝ่ายนั้นยังไม่รู้สึก จะประสาอะไรที่เราจะลดให้เขาอยู่ฝ่ายเดียว
"ตบไฟสูงใส่" เบี่ยงรถล้ำเส้นไป "ให้มันประสาทแดกเล่น"...เอย
ข้าพเจ้านั่งมองการสบถคำด่า ผ่านไฟหน้าอยู่ตลอดเส้นทาง แต่ส่วนใหญ่เมื่อสวนมาก็มักจะไม่ต้องเตือนกัน
หากแต่เมื่อสวนกับรถใหม่ก็ต้องทำใจหน่อย เพราะไฟต่ำของเขาสว่างพอๆกับไฟสูงของคันเก่า
(รถเรามันเก่าแล้วนี่)
หากแต่มากกว่านั้นในยามค่ำคืน
อยู่ใน รถข้าพเจ้ามองไม่เห็นดาว
อยู่ในรถ ต้นไม้ผ่านตัวข้าพเจ้าไปเหมือนไม่เคยรู้จักกัน
อยู่ในรถ ข้าพเจ้าต้องเพ่งมองเส้นเลนถนนผ่านแสงไฟที่สาดหน้ามา
อยู่ในรถ ข้าพเจ้ามองไม่เห็นสุดปลายทางที่อยู่ข้างหน้า
แต่อย่างหนึ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าคิดได้ว่า ... .. .. .. .
ในตัวตนที่แอบแฝงอยู่ในความมืดของราตรีกาล
เราสามารถเป็นศรัตรูกันได้ .. .. ... ภายในวูบเดียว
นั่งสงบอยู่ในห้องโดยสารรถกระบะคันใหญ่ จุดมุ่งหมายคือตัวเมือง
เสียงวิทยุรายงานการวินิจฉัยคดียุบพรรค ที่ว่ากันว่า เป็นคดีประวัติศาสตร์จนนักข่าวทุกช่องต้องแหกขี้ตาตื่นไปเฝ้าหน้าศาลเพื่อรายงานความเคลื่อนไหว
ใครจะรู้บ้าง ในขณะที่โทรทัศน์รายงานการวินิจฉัยที่ยืดยาว
มีคนบางคน(ไม่น้อย) เลือกที่จะปิด โทรทัศน์ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยฟังผลก็แล้วกัน (เบื่อที่จะฟัง(โว้ย))
นั่งอยู่คู่กับคนขับ มองไปเบื้องหน้า แสงไฟแม้จะเป็นไฟสูงก็ยังไม่สามารถเห็นทางได้ครบทุกด้าน
ไม่เหมือนเฉกเช่นกลางวัน ที่สามารถทอดสายตามองทางได้สุดลูกลูกหูลูกตา
ไม่ต้องคอย ลดไฟ ปรับไฟ ขับได้สบายกว่าแม้ว่ารถจะเยอะกว่า หากมีหนทางข้าพเจ้าเลือกที่จะขับรถตอนกลางวัน
คนนั่งอยู่ในเกราะเคลื่อนที่หุ้มเหล็ก หากแต่สามารถสบถถ้อยคำผ่านไฟหน้า และการกระโจนของตัวรถได้อย่างไม่น่าเชื่อ
คนกุมบังเหียนเป็นเช่นใด ก็คงไม่ผิดที่อาชาจะเป็นเยี่ยงนั้น
สวนกันในทางเดียวกัน หากแต่อยู่คนละฟากฝั่ง ตบไฟ ให้สัญญาณ "กรุณาลดไฟต่ำ"
หากแต่ฝ่ายนั้นยังไม่รู้สึก จะประสาอะไรที่เราจะลดให้เขาอยู่ฝ่ายเดียว
"ตบไฟสูงใส่" เบี่ยงรถล้ำเส้นไป "ให้มันประสาทแดกเล่น"...เอย
ข้าพเจ้านั่งมองการสบถคำด่า ผ่านไฟหน้าอยู่ตลอดเส้นทาง แต่ส่วนใหญ่เมื่อสวนมาก็มักจะไม่ต้องเตือนกัน
หากแต่เมื่อสวนกับรถใหม่ก็ต้องทำใจหน่อย เพราะไฟต่ำของเขาสว่างพอๆกับไฟสูงของคันเก่า
(รถเรามันเก่าแล้วนี่)
หากแต่มากกว่านั้นในยามค่ำคืน
อยู่ใน รถข้าพเจ้ามองไม่เห็นดาว
อยู่ในรถ ต้นไม้ผ่านตัวข้าพเจ้าไปเหมือนไม่เคยรู้จักกัน
อยู่ในรถ ข้าพเจ้าต้องเพ่งมองเส้นเลนถนนผ่านแสงไฟที่สาดหน้ามา
อยู่ในรถ ข้าพเจ้ามองไม่เห็นสุดปลายทางที่อยู่ข้างหน้า
แต่อย่างหนึ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าคิดได้ว่า ... .. .. .. .
ในตัวตนที่แอบแฝงอยู่ในความมืดของราตรีกาล
เราสามารถเป็นศรัตรูกันได้ .. .. ... ภายในวูบเดียว
#1 By เด็กหญิง อมยิ้ม☂ on 2007-05-31 11:31