ศาสตร์และศิลป์
posted on 08 May 2007 23:09 by asuji7832 in I-thinkข้าพเจ้านั่งมองเด็กผู้หญิงที่แม่ของข้าพเจ้าเรียกมารับไอติม
"หนูกินไปเมื่อกี้นี้เอง" แต่มือก็เอื้อมมาหยิบไอติมที่มือแม่ข้าพเจ้า
กินเลอะเทอะ เปรอะเสื้อผ้า แต่เด็กน้อยคนนั้นก็ไม่สนยังคงกินต่อไปอย่างมีความสุข เพราะข้าพเจ้าเห็นแววตาของเธอมันบอกอย่างงั้น
ความสุขเล็กๆ ของคนตัวเล็กๆ ที่แผ่ออกมาในวงเล็กๆ
***************************
วันที่ข้าพเจ้าเลือกเรียนสายวิทย์ คือวันที่ข้าพเจ้าต้องเลือกสิ่งที่ตัวเองจะต้องแบกรับมาตลอดสามปี
เริ่มสามเดือนแรก สิ่งที่ข้าพเจ้าคิดว่าเหมาะกับตัวเองในครั้งแรก กับกลายเป็นยาขมที่ข้าพเจ้าพยายามยัดเยียดกลืนมันลงไป
ยิ่งเรียน ยิ่งไม่อร่อย
แต่มันท้าทาย เมื่อได้แก้โจทย์ปัญหายากๆ เมื่อนำสิ่งที่มีอยู่รอบตัวมาใส่ในสูตรเพื่อให้ได้คำตอบในสิ่งที่เป็นไป
วิทย์ - คณิตมีเพียงคำตอบเดียว ผิดคือจบ ซึ่งต่างจากศาสตร์ทางศิลป์ที่ไม่มีอะไรตายตัว
แต่มองในโลกปัจจุบัน อะไรกันที่ผลักดันให้โลกมายืนอยู่น่ะจุดนี้
ถ้าไม่ใช่วิวัฒนการของวิทย์และคณิต ข้าพเจ้าจะยังสามารถมานั่งอัพบลอคได้อย่างนี้หรือไม่
****************************
ไอร์สไตน์เป็นตัวอย่างของการใช้ชีวิตที่สมดุลไปด้วยกันระหว่่างศาสตร์และศิลป์
เรารู้ดีว่าความสุขอย่างหนึ่งของไอร์สไตน์คือการสีไวโอลิน
ในอีกด้านเขาคือนักวิทยาศาสตร์ด้านทฤษฏีที่ยิ่งใหญ่
แต่อีกด้านเขาคือชายธรรมดาที่มีความสุขเมื่อยามสีไวโอลิน
คนบางจำพวกรังเกียจเทคโนโลยี เพราะคิดว่าเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกเกินความจำเป็น
แต่คนอีกบางจำพวกก็เทิดทูนเทคโนโลยี ว่าเป็นสิ่งที่จะขับดันโลกนี้ให้มีความเจริญยิ่งๆขึ้นไป
แต่ก็มีอีกจำพวกหนึ่งที่รับรู้ทั้งสองด้านและพยายามควบคุมมันให้พอดีกับชีวิต
ในมือของคนๆหนึ่งมีเพลงติดตัวอยู่ในชิพเล็กๆเป็นพันๆเพลง
แต่เขาก็ยังวิทยุเอฟเอ็มจากเครื่องเล่นนั้น
เพราะอย่างน้อย การฟังเพลงพร้อมกับการปฏิสัมพันธ์กับดีเจ และสปอร์ตโฆษณามันทำให้เขารู้สึกว่า ยังเป็นสัตว์สังคมอยู่
***************************
อย่างน้อยการมองโลกในแง่ดี มันจะง่ายขึ้น ถ้าเรามองมันอย่างเป็นกลาง
ในขาวยังมีดำ
ในความมืดมนยังมีแสงสว่าง
แม้ว่าวิทย์และคณิตจะเป็นศาสตร์ที่มีเพียงคำตอบเดียว
แต่เพียงคำตอบเดียวของมันก็สร้างอะไรขึ้นมามากมายให้เีราได้ใช้
ศิลปะของวิทยาศาสตร์และคณิตก็ไม่ต่างจากการนำมันมาใส่ในสมการหนึ่งๆ
เพื่อให้ได้คำตอบของความเป็นไปที่หลากหลายของจักรวาล
ภายในคำตอบเดียว
ที่อธิบา่ยไม่่รู้กี่วันกว่าจะหมดในจักรวาลนี้
.....
...
..
.
บางทีความสุขเล็กของเี่ราก็คือการมองฟ้าและหาความเป็นไปของเพื่อนๆในจักรวาลเดียวกัน
ขอบคุณสำหรับสาระดี ๆแบบนี้นะค๊ะ

ในโลกนี้มีอะไรที่เราคิดไม่ถึงอีกมาก
โดยเฉพาะคำตอบของมนุษย์
เราชอบนะที่ได้อ่านอะไรแบบนี้
...............................
#1 By ButleR~;"วาดวิมาน" on 2007-05-08 23:26