เสี้ยน

posted on 02 May 2007 21:53 by asuji7832  in I-think




มีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า "สิ่งที่อยากลืมกลับจำ สิ่งที่อยากจำกลับลืม" การมีชีวิตของคนๆหนึ่งย่อมผ่านอะไรต่อมิอะไรไม่ใช่น้อย แต่บางเรื่องก็บั่นทอนเกินไปที่จะจดจำ และสุดท้ายก็เป็นเสี้ยนตำใจ และเมื่อมาถึงช่วงหนึ่งเราก็จะรู้ว่าเราเอาเสี้ยนนี้ออกจากร่างกายเราไม่ได้ มันจะแทงขึ้นมาให้เจ็บปวดทุกครั้งที่เราเอี้ยวตัว หรือเผลอตัวให้มันทิ่มขึ้นมา คนที่เจ็บก็คือตัวเราเองและคนต้นเหตุก็คือตัวเราเอง

ไม่น้อยที่เราแกล้งทำเป็นลืม แต่ที่เห็นอยู่ เมื่อเราแกล้งลืมไปเมื่อไหร่ มันมักจะมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งสะกิดเสี้ยนนั้นให้ตำขึ้นมาอีก ความรู้สึกนั้นไม่ต่างจากคำพูดที่ว่า"ชีวิตนี้ช่างบัดซบจริงๆเลย"

คนชั้นกรรมาชน ผู้ทำอาชีพเป็นกรรมากร คือกลุ่มผู้บริโภคที่อุดหนุนบริษัทสุราไม่เคยขาดตอน ตกเย็น จะเห็นได้ว่าจะมีการสังสรรค์ของคนกลุ่มเล็กๆเกิดขึ้นภายในบริเวณที่พักคนงานหรือพื้นที่เพิ่งก่อเสร็จใหม่ๆ ภายใต้โครงเหล็กและอิฐ หรือบางครั้งก็ที่โล่งแจ้งที่พอให้ได้ลมที่โชยผ่าน และพอได้สบตากับจันทร์ ........ คนกินเหล้าคงไม่ต้องการบรรยากาศอะไรมากมายนักหรอกขอเพียงได้กรึ๊บสักปึ๊ก พอชื่นใจ

เคยคิดไหมว่าทำไมคนชั้นกรรมากรถึงติดสุราเป็นอันดับต้นๆ ค่าแรงงานที่ถูก ความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำ หรือหาความรื่นเริงจากปลายลิ้นเพื่อกระตุ้นให้ตื่นจากความเส็งเคร็ง....ข้าพเจ้าเคยถามคนบางคนที่ข้าพเจ้ารู้จักว่า ทำไมต้องกินเหล้าทุกเย็น

เขาตอบมาว่า "กินแล้วมันหลับง่ายดี หลับๆไปซะจะได้ไม่ต้องคิดอะไรมาก"

นี่คือคำพูดที่แสดงว่าเขาพยายามกลืนความขื่นขมของชีวิตไปพร้อมกับเหล้าหรือเปล่า แต่ในเมื่อพรุ่งนี้เช้า ทุกอย่างก็เริ่มต้นมาเหมือนเดิม แล้วจะดื่มจนถึงเมื่อไหร่ ถึงจะลืมได้

ต้องกลืนส่วนที่ขมของรสชาติอีกสักเท่าไหร่ เพื่อจะลืมความขื่นขมของชีวิตได้ ในเมื่อเสี้ยนยังตำเท้าอยู่

........

บางครั้งเราวิ่งแข่งกับตัวเอง เพื่อถีบตัวเองให้พ้นจากอดีตที่เราคิดว่าไม่น่าจะเป็นจุดยืนของปัจจุบันได้ดีพอ แต่เราก็ลืมนึกไปว่ารากเหง้าของปัจจุบันก็มาจากอดีตที่เราวิ่งหนีมา

สุดท้าย เราก็พบว่า ยิ่งวิ่งยิ่งเหนื่อย แถมยังรู้สึกเหมือนโดนหลอกหลอนอยู่เนืองๆ เส้นชัยของจริงจะปรากฏขึ้นเมื่อเราเดินมาคู่กับอดีต พูดคุย ทำความเข้าใจ มองอย่างลึกซึ้ง และกล้าพอที่จะรับฟังสิ่งที่เราทำผิดพลาดไป

มีกี่คนกันที่จะทำได้......

ถ้าทำได้ .... คุณก็บ่งเสี้ยนออกสำเร็จได้อย่างงดงาม

อดีตมีไว้ให้เรียนรู้ ปัจจุบันมีไว้ให้รับฟังอดีต พรุ่งนี้คือผลการกระทำ......แต่จะมีสักกี่คนกันที่ทำได้

.....ในเมื่อการยิ้มให้กับความเสียใจ มันท้าทายกว่าการร้องไห้ออกมา....แล้วทำไม เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ เรากลับทำไม่ได้...แปลกดีเหมือนกันมนุษย์เรา


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

#1 By C 80 on 2007-05-03 12:33

#2 By minifat@magicmoment on 2007-05-03 16:23

ทุกคนมีความคิด แต่ละคนก็คิดต่างกันไป

จะมีอะไรได้มาง่าย ๆ ถ้าไม่ไขว่คว้า

ร้องไห้ไม่ได้หมายความว่ายอมแพ้

อยู่ที่ใครจะร้องมันต่อไป หรือลุกขึ้นมาปาดน้ำตาแล้วเดินหน้าออกไปต่างหาก


ว่ามั๊ย???

เหอๆ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

#3 By I'm not sick,I'm just single on 2007-05-04 23:12

ทุกคนก็อยากให้วันพรุ่งนี้ของตัวเอง เป็นวันที่ดีขึ้น และมีความหวังว่ามันจะยืนยาวมั่นคง คนชนชั้นกรรมากรเขารู้ดีว่าต่อให้ขนของจนตาย ตากแดด ตากฝน เช้าจรดเย็นทุกวัน อนาคตเขาก็ไม่ดีขึ้น จะเลื่อนขั้นก็ไม่ได้ (จะเลื่อนขึ้นมาเป็นอะไร) ผมเองต้องทำงานกับคนเหล่านี้ทุกวัน ใจนึงก็สงสาร แต่งานต้องทำแอ๊คเหี้ยม ไม่งั้นเอาไม่อยู่จริงๆครับ แต่เชื่อหรือไม่ว่า พวกเขาบางคนบอกว่าชีวิตของเขาที่ต้องแบกหามทุกวัน มีความสุขมากกว่าผมที่ทำงานในออฟฟิศอีก

ความสุขจะว่าหายากก็ยาก หาง่ายก็ง่าย อยู่ที่มุมมอง การทำตัว ทำใจครับ

#4 By มนุษย์กล่อง on 2007-05-06 22:29

Hello! Good Site! Thanks you! cbmdzsyhfqijk

#5 By plhjtygqpo (195.5.20.194) on 2008-01-28 11:48