
มีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า "สิ่งที่อยากลืมกลับจำ สิ่งที่อยากจำกลับลืม" การมีชีวิตของคนๆหนึ่งย่อมผ่านอะไรต่อมิอะไรไม่ใช่น้อย แต่บางเรื่องก็บั่นทอนเกินไปที่จะจดจำ และสุดท้ายก็เป็นเสี้ยนตำใจ และเมื่อมาถึงช่วงหนึ่งเราก็จะรู้ว่าเราเอาเสี้ยนนี้ออกจากร่างกายเราไม่ได้ มันจะแทงขึ้นมาให้เจ็บปวดทุกครั้งที่เราเอี้ยวตัว หรือเผลอตัวให้มันทิ่มขึ้นมา คนที่เจ็บก็คือตัวเราเองและคนต้นเหตุก็คือตัวเราเอง
ไม่น้อยที่เราแกล้งทำเป็นลืม แต่ที่เห็นอยู่ เมื่อเราแกล้งลืมไปเมื่อไหร่ มันมักจะมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งสะกิดเสี้ยนนั้นให้ตำขึ้นมาอีก ความรู้สึกนั้นไม่ต่างจากคำพูดที่ว่า"ชีวิตนี้ช่างบัดซบจริงๆเลย"
คนชั้นกรรมาชน ผู้ทำอาชีพเป็นกรรมากร คือกลุ่มผู้บริโภคที่อุดหนุนบริษัทสุราไม่เคยขาดตอน ตกเย็น จะเห็นได้ว่าจะมีการสังสรรค์ของคนกลุ่มเล็กๆเกิดขึ้นภายในบริเวณที่พักคนงานหรือพื้นที่เพิ่งก่อเสร็จใหม่ๆ ภายใต้โครงเหล็กและอิฐ หรือบางครั้งก็ที่โล่งแจ้งที่พอให้ได้ลมที่โชยผ่าน และพอได้สบตากับจันทร์ ........ คนกินเหล้าคงไม่ต้องการบรรยากาศอะไรมากมายนักหรอกขอเพียงได้กรึ๊บสักปึ๊ก พอชื่นใจ
เคยคิดไหมว่าทำไมคนชั้นกรรมากรถึงติดสุราเป็นอันดับต้นๆ ค่าแรงงานที่ถูก ความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำ หรือหาความรื่นเริงจากปลายลิ้นเพื่อกระตุ้นให้ตื่นจากความเส็งเคร็ง....ข้าพเจ้าเคยถามคนบางคนที่ข้าพเจ้ารู้จักว่า ทำไมต้องกินเหล้าทุกเย็น
เขาตอบมาว่า "กินแล้วมันหลับง่ายดี หลับๆไปซะจะได้ไม่ต้องคิดอะไรมาก"
นี่คือคำพูดที่แสดงว่าเขาพยายามกลืนความขื่นขมของชีวิตไปพร้อมกับเหล้าหรือเปล่า แต่ในเมื่อพรุ่งนี้เช้า ทุกอย่างก็เริ่มต้นมาเหมือนเดิม แล้วจะดื่มจนถึงเมื่อไหร่ ถึงจะลืมได้
ต้องกลืนส่วนที่ขมของรสชาติอีกสักเท่าไหร่ เพื่อจะลืมความขื่นขมของชีวิตได้ ในเมื่อเสี้ยนยังตำเท้าอยู่
........
บางครั้งเราวิ่งแข่งกับตัวเอง เพื่อถีบตัวเองให้พ้นจากอดีตที่เราคิดว่าไม่น่าจะเป็นจุดยืนของปัจจุบันได้ดีพอ แต่เราก็ลืมนึกไปว่ารากเหง้าของปัจจุบันก็มาจากอดีตที่เราวิ่งหนีมา
สุดท้าย เราก็พบว่า ยิ่งวิ่งยิ่งเหนื่อย แถมยังรู้สึกเหมือนโดนหลอกหลอนอยู่เนืองๆ เส้นชัยของจริงจะปรากฏขึ้นเมื่อเราเดินมาคู่กับอดีต พูดคุย ทำความเข้าใจ มองอย่างลึกซึ้ง และกล้าพอที่จะรับฟังสิ่งที่เราทำผิดพลาดไป
มีกี่คนกันที่จะทำได้......
ถ้าทำได้ .... คุณก็บ่งเสี้ยนออกสำเร็จได้อย่างงดงาม
อดีตมีไว้ให้เรียนรู้ ปัจจุบันมีไว้ให้รับฟังอดีต พรุ่งนี้คือผลการกระทำ......แต่จะมีสักกี่คนกันที่ทำได้
.....ในเมื่อการยิ้มให้กับความเสียใจ มันท้าทายกว่าการร้องไห้ออกมา....แล้วทำไม เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ เรากลับทำไม่ได้...แปลกดีเหมือนกันมนุษย์เรา

#1 By C 80 on 2007-05-03 12:33