ฉันนั่งอยู่ริมหน้าต่าง...ตะวันกำลังตก มีต้นไผ่เสียดลมอ้อล้อ ฉันรู้ไม่นานเดี๋ยวแสงสว่างก็มาเยือนอีก รู้สึกมั้ยว่าโลกนี้ต้องการแสงสว่าง ....ขนาดตะวันลับไปแล้ว ท้องฟ้ายังเปื้อนด้วยแสงสีของตะวัน เหมือนโลกนี้ยังพยายามรั้งแสงตะวันให้อยู่ด้วยกันมากที่สุด หรือว่า..กลางคืนไม่สวยงาม

เวลาเดินมาพร้อมๆกัน แต่ทำไมในเวลาเดียวกันความเคลื่อนไหวถึงแตกต่าง ในเมืองหลวงทุกชีวิตเหมือนเคลื่อนไหวตลอด ไม่มีวันหยุด แต่ห่างไกลออกมา เพียงความมืดมาเยือน ทุกอย่างก็เหมือนปฏิเสธโลกภายนอก แต่สิ่งที่เหมือนกันในเวลากลางคืนก็คือ ความเหงา น่าแปลก ที่สิ่งที่เคลื่อนไหวไม่หยุดอย่างเมืองหลวง กลับมีเสียงของความเหงาดังกว่า หรือเป็นเพราะว่า ในสิ่งที่เคลื่อนไหว จิตใจก็แกว่งไปด้วย

ในห้องที่ติดกันในตึกสูง คุณรู้จักคนข้างห้องบ้างหรือเปล่า ตึกสูง 20 ชั้น คุณเดินทั่วมั้ย ในลิฟต์ความกว้างเพียงจมูกได้กลิ่นลมหายใจ คุณรู้จักมั้ยว่าสิ่งมีชีวิตร่วมกล่องกับคุณนั้น ชื่ออะไร อยู่ชั้นไหน ห้องใด เป็นใคร

เห็นมั้ย ผนังห้องของคุณทำหน้าที่ได้ดีเหลือเกิน ทำหน้าที่ได้ดีกว่ากำแพงเบอร์ลินเสียอีก

แต่ในหมู่บ้านที่นำคุณมา แม้บ้านจะห่างกันเป็นโยชน์ มีลวดหนามกั้นหมาประมาณสองศอก แต่คุณก็ยังรู้จักกัน บ้านนั้นเป็นบ้านป้าคนนี้ มีลูกกี่คน ใคร อะไร ที่ไหน อย่างไร แม้กระทั่งเรื่องที่คุณไม่อยากรู้คุณก็ยังได้รู้อย่างเช่น ลูกใครไปมีอะไรกับใคร หมาของใครออกลูก บ้านไหนขายวัวขายควายได้เท่าไหร่ คุณก็ยังรู้ได้
.
.
.
ฉันว่ากำแพงที่ผนังมันทุบได้น่ะ แต่กำแพงที่ใจ มันอยู่กับตัวเราเอง การเริ่มต้นไม่ยาก แต่การเดินต่อไปยากกว่า
ภายในกำแพง มันต้องมีสักรูที่แสงส่องผ่าน
ในความเงียบของจิตใจ
มันต้องมีสักทางที่เราจะเอ่ยประโยคใด ประโยคหนึ่งออกมา
ต้องมีสักคำนึง....แค่ยิ้มก็ยังดี
บางทีภาษากายก็สื่อความหมายได้ดีกว่าคำพูด
.
.
.
"วันนี้อากาศร้อนจังเลยน่ะ...ว่ามั้ย?" ^_^




Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet